Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปีเมื่อจำเลยรับสารภาพแล้วแม้จะได้สืบผู้เสียหายไปยังไม่ทันเสร็จ ศาลชั้นต้นจะงดสืบพยานโจทก์เสียและพิพากษาลงโทษจำเลยก็ได้เมื่อเห็นว่าตามฟ้องคำรับสารภาพของจำเลยและคำพยานที่สืบแล้วเป็นที่พอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นควรจะได้สืบพยานต่อไปก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานให้แล้วส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยตาม มาตรา 208 ข้อ 1. ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตาม มาตรา 208 ข้อ 2 ไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 298, 299จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธคดีนี้เป็นเรื่องที่ต้องฟังคำพยานโจทก์ประกอบ เมื่อขณะที่โจทก์สืบพยานคือตัวผู้เสียหายไปได้ 1 ปากยังไม่ทันจบ

จำเลยทั้งสองขอให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นสั่งให้งดสืบพยานโจทก์ ตัดสินลงโทษจำเลยคนละ 2 ปี กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ของกลางริบจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า แม้จำเลยให้การรับสารภาพ พยานหลักฐานเท่าที่สืบมาไม่พอฟังลงโทษจำเลยศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีควรจะให้สืบพยานโจทก์ต่อไปอีก จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะวินิจฉัยไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวน เมื่อเห็นว่าไม่พอฟังลงโทษจำเลยก็ต้องยกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นก็เห็นว่าตามฟ้อง คำรับสารภาพของจำเลยและคำพยานที่สืบแล้วเป็นที่พอใจว่า จำเลยได้กระทำผิดจริง จึงพิพากษาไปอันเป็นการปฏิบัติชอบด้วยกระบวนพิจารณา เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีควรจะสืบพยานต่อไปตามโจทก์ขอ ก็ชอบที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นจัดการสืบพยาน เสร็จแล้วให้ส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 ข้อ 1. การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่นั้นกรณีต้องเข้ามาตรา 208ข้อ 2.

คือเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา แต่เรื่องนี้ศาลชั้นต้นปฏิบัติชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลพิพากษาไปทีเดียวโดยไม่ต้องสืบพยานต่อไปนั้น เห็นว่าเป็นอำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะฟังพยานต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วส่งสำนวนมาศาลอุทธรณ์พิพากษาต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2486

สาลชั้นต้นฟังคำพยานโจท+เดียว แล้วพิพากสายกฟ้อง โดยที่รูปคดีของโจทมี+เปนความผิดและยังไม่+อันไดที่จะฟังข้อเท็ดจิง+ยุติเช่น ย่อมเปนการ++ด้วยวิธีพิจารนา สาล+ดำเนินกะบวนพิจารนาไห้เส็ดสิ้นกะแสความ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7004/2547

จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 จอดรถบรรทุกพ่วงอยู่ชิดขอบทางด้านซ้ายโดยล้อหน้าอยู่บนไหล่ทาง และมีบางส่วนของตัวรถอยู่บนผิวช่องเดินรถ ซึ่งตรงกันข้ามกับคำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยที่ 1 จอดรถบรรทุกพ่วง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2251/2541

คดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้อง ดังนั้นปัญหาที่จำเลยอุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบมีน้ำหนักรับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ถือได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2517 (เลขอ้างอิง 29508)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินหนองน้ำสาธารณะนายอำเภอมีคำสั่งให้ออกไป จำเลยฝ่าฝืนไม่ยอมออก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368จำเลยให้การปฏิเสธ แม้จะปรากฏจากคำฟ้องเองว่าจำเลยครอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2517 (เลขอ้างอิง 107649)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินหนองน้ำสาธารณะนายอำเภอมีคำสั่งให้ออกไป จำเลยฝ่าฝืนไม่ยอมออก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368จำเลยให้การปฏิเสธ แม้จะปรากฏจากคำฟ้องเองว่าจำเลยครอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้