Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2496 (เลขอ้างอิง 51493)

พ.ศ. 2496 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จะฟังว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้นเป็นข้อเท็จจริง ฉะนั้นถ้าจำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือให้การปฏิเสธว่าพนักงานสอบสวนนั้นไม่มีอำนาจเช่นนั้นแล้ว จนเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจำเลยจึงกล่าวอ้างขึ้นมา และจำเลย ก็มิได้นำสืบว่า พนักงานสอบสวนมิชอบด้วยอำนาจหน้าที่อย่างไรนั้น ก็ย่อมเป็นคำกล่าวอ้างอันหาสาระมิได้ เพราะการกระทำทั้งหลายย่อมสันนิษฐานว่าเป็นการชอบ เว้นแต่จะได้ความว่าไม่ชอบ คดีอาญาที่อัยการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ด้วยนั้น แม้ผู้เสียหายจะขอเข้าไปเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการ ผู้เสียหายก็มิต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับทุนทรัพย์ที่ขอให้จำเลยคืน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้มูลกรณีเดียวกัน

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 127, 128, 178, 179, 180, 181, 301,321, 322 ฯลฯ จำเลยทุกคนปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ 1, 2, 3, 7, 9, 12, 15 และนายนิตย์หรือปุ๊ จำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 181มาตรา 301 จำเลยที่ 9, 12 และ 15 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2485 มาตรา 3 อีกฐานหนึ่งด้วย แต่ให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเป็นบทหนักบทเดี่ยว จำคุกคนละ 12 ปี จำเลยที่ 11 ปรากฏว่าไปในวันปล้นเท่านั้น มีความผิดฐานปล้นฐานเดียว ให้จำคุก 10 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 4 ผิดตามมาตรา 181 ให้จำคุก 6 ปี จำเลยนอกนั้น ไม่มีความผิด ฯลฯ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 ผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 301 ด้วย ให้จำคุก 12 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1, 2, 4, 7, 9, 11, 12, 15 และนายนิตย์หรือปุ๊จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว ปัญหาว่ากองตำรวจสอบสวนกลางมีอำนาจสอบสวนคดีหรือไม่นั้น ไม่มีจำเลยคนใดยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือให้การปฏิเสธว่ากองตำรวจสอบสวนกลางไม่มีอำนาจเช่นนั้น คดีจึงไม่มีประเด็นในข้อนี้ จนสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วจำเลยที่ 19 จึงยกปัญหานี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้อย่างลอย ๆ หาได้นำสืบให้ได้ความประการใดไม่ ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ 749/2491 แล้วว่า การที่จะฟังว่า เจ้าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้น เป็นข้อข้อเท็จจริงฉะนั้นในคดีนี้จำเลยเพิ่งยกขึ้นกล่าวแล้วก็ไม่นำสืบ จึงเป็นคำกล่าวอันหาสาระมิได้ ข้อฎีกาอีกข้อหนึ่งที่จำเลยคัดค้านว่า

โจทก์ร่วมจะต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับทุนทรัพย์ที่ขอให้จำเลยคืนนั้น เห็นว่าเรื่องนี้ อัยการได้ร้องขอให้คืนอยู่ก่อนแล้ว เป็นคำขออันเดียวกัน และในเรื่องเดียวกัน ซึ่งศาลยอมรับพิจารณาให้อยู่แล้วจึงหาควรเรียกค่าธรรมเนียมแก่โจทก์ร่วมอีกไม่

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงคงฟังตามศาลอุทธรณ์เว้นแต่ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 4 และ จำเลยที่ 11, 15 จึงคงพิพากษาแก้ว่า นายนิตย์ จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 ให้จำคุก 10 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 4 และที่ 15 ผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 178ให้จำคุกคนละ 2 ปี นอกจากนี้ คงยืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นนทปัญญา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2557

เมื่อความผิดที่โจทก์ร่วมกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้มีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง โจทก์ร่วมจึงมิใช่ผู้เสียหายและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2531

โจทก์ร่วมร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยอ้างว่า จำเลยยักยอกเอาเงินของโจทก์ร่วมไป เป็นการร้องทุกข์ในนามของตนเองไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่า โจทก์ร่วมในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ได้ร้องท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 991/2529

โจทก์ในฐานะผู้เสียหายได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีที่พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่1ฐานยักยอกเงินของโจทก์ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่1และให้คืนหรือใช้เงินที่ยักยอกไปแก่โจทก์แล้วโจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดีส่วนแพ่งในคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 752/2520

จำเลยออกเช็คชำระหนี้ให้โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมสลักหลังส่งมอบเช็คนั้นชำระหนี้ให้ ซ. ซ. นำเช็คไปยื่นเข้าบัญชีที่ธนาคาร ธนาคารผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินวันที่ธนาคารปฏิเสธนั้นเป็นวันเกิดเหตุ เพราะความผิดต่อพระร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2506

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 มิได้บัญญัติให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือราคาคืนแทนผู้เสียหายในคดีอาญาฐานโกงเจ้าหนี้ ฟ้องไม่ปรากฏว่าในการที่จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2,…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้