Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5185/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขับขี่รถยนต์บรรทุกที่มีความสูงเกิน 2.50 เมตร อันเป็นรถที่อยู่ในความควบคุมของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกไปในทางที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถหรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยจำเลยไม่เปิดไฟที่โคมไฟแสดงส่วนสูงส่วนกว้างและลักษณะรถแสงเขียวที่ด้านหน้าตอนบนหลังคารถ จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 และฉบับที่ 9ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อในขณะมีแสงสว่างไม่เพียงพอโดยไม่มีไฟที่โคมไฟแสดงส่วนสูง ส่วนกว้าง และลักษณะรถทั้งที่มีความสูงเกิน 2.50 เมตร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 148 กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบกฯ

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 11, 148 ปรับ 400 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ปรับ 300 บาทจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 148 ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลย 300 บาทคู่ความจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. 2499 มาตรา 22 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503มาตรา 10 คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาว่า การที่จำเลยขับขี่รถยนต์บรรทุกซึ่งมีความสูงเกิน 2.50 เมตรโดยไม่เปิดไฟที่โคมไฟแสดงส่วนสูง ส่วนกว้าง และลักษณะรถแสงเขียวที่ด้านหน้าตอนบนหลังคารถ

จะเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า จำเลยขับขี่รถยนต์บรรทุกที่มีความสูงเกิน 2.50 เมตรอันเป็นรถที่อยู่ในความควบคุมของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกไปในทางที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยจำเลยไม่เปิดไฟที่โคมไฟแสดงส่วนสูง ส่วนกว้าง และลักษณะรถแสงเขียวที่ด้านหน้าตอนบนหลังคารถ

พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 11 บัญญัติว่า "ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถในทางต้องเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง" และตามข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดให้รถทุกชนิดที่อยู่ในความควบคุมของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกต้องมีโคมไฟตามประเภทและลักษณะที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกซึ่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ได้มีกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ข้อ 9(2) กำหนดให้รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของเป็นรถที่อยู่ในลักษณะที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้ในการประกอบ

การขนส่ง และมีกฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524)หมวด 2 ส่วนที่ 1 ข้อ 15(3)(ซ) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดให้รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของดังกล่าวที่มีความสูงเกิน 2.50 เมตรจะต้องมีโคมไฟแสดงส่วนสูง ส่วนกว้าง และลักษณะรถแสงเขียวที่ด้านหน้าตอนบนหลังคารถจำนวน 4 ดวง โดยติดดวงริมให้อยู่ห่างจากด้านข้างริมสุดไม่เกิน 10 เซนติเมตร และติดดวงในให้ห่างจากดวงริมเป็นระยะประมาณ40 เซนติเมตร จากบทบัญญัติดังกล่าว เห็นได้ชัดว่ากฎหมายบังคับให้เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่รถในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งของในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร จะต้องเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

การที่จำเลยขับขี่รถยนต์ดังกล่าวไปในถนนที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางได้ชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยไม่เปิดไฟที่โคมไฟแสดงส่วนสูงส่วนกว้าง และลักษณะรถแสงเขียวที่ด้านหน้าตอนบนหลังคารถดังกล่าวจึงเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว กรณีหาเป็นเรื่องที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดดังที่จำเลยฎีกามาแต่อย่างใดไม่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4926/2552

ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 11, 43 (4), 148, 157 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 60 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนลงมา จึงมีอายุความเพียง 1 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 95 (5) คดีนี้เหตุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5197/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 111 ซึ่งบทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าวบัญญัติในทำนองเดียวกันว่า ผู้กระทำความผิดจะต้องเป็นผู้ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2556

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์กระบะมาถึงสี่แยกหนองขาหยั่งขณะนั้นสัญญาณจราจรไฟซึ่งติดตั้งไว้บนทางที่จำเลยที่ 2 ขับมาขึ้นเป็นไฟสีแดงซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องชะลอความเร็วของรถลงและหยุดรอจนกว่าสัญญาณจร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7282/2544

รถบรรทุกคันที่จำเลยขับเป็นรถที่บรรทุกอ้อยยื่นเกินความยาวของตัวรถขณะที่อยู่ในทางเดินรถ และถนนที่เกิดเหตุมีแสงสว่างเพียงพอที่จะทำให้มองเห็นรถจำเลยได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร จำเลยซึ่งเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2145/2534

ก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์แซงรถจักรยานยนต์ของโจทก์ตามทางด้านขวาเมื่อถึงซอยเข้าบ้านจำเลย จำเลยได้ขับเลี้ยวซ้ายเข้าซอยซึ่งมีระดับต่ำกว่าถนน ต้องลดความเร็วที่เกิดเหตุมีรอยห้ามล้อรถยนต์จำเลยยาวไม่ถึง 1 เม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้