Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2540 (เลขอ้างอิง 5201)

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิจะเลิกสัญญาจ้างได้ฝ่ายเดียวโดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องตกลงหรือยินยอมด้วยก็ตามแต่การเลิกจ้างจะมีผลต่อเมื่อฝ่ายที่ใช้สิทธิเลิกจ้างได้แสดงเจตนาหรือบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ทราบก่อนและการเลิกจ้างย่อมมีผลทันทีนับแต่ฝ่ายนั้นได้ทราบการแสดงเจตนาหรือการบอกกล่าวนั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสี่สำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 4โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องเป็นใจความว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2537 ต่อมาวันที่ 2 กุมภาพันธ์2538 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่โดยโจทก์ทั้งสี่ไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านับแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จและให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงินค่าจ้างจ่ายนับแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า

โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างจำเลย แต่โจทก์ที่ 2ทำงานไม่ครบ 120 วัน จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2538 โจทก์ทั้งสี่จึงมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพียงคนละ 1 เดือนเท่านั้น ขอให้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสี่ตามสิทธิที่โจทก์ทั้งสี่จะพึงได้รับศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2537 ค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์ที่ 1เดือนละ 8,000 บาทของโจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เดือนละ 9,500บาท จำเลยทำหนังสือเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2538 เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่แต่มิได้แจ้งให้โจทก์ทั้งสี่ทราบ ต่อมาวันที่ 2 กุมภาพันธ์2538 จำเลยแจ้งให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ทราบ วันที่ 5กุมภาพันธ์ 2538 จำเลยจึงแจ้งให้โจทก์ที่ 4 ทราบ

พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชย แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงินคนละ 9,500 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 15,200บาท โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เป็นเงินคนละ 18,050 บาท โจทก์ที่ 4เป็นเงิน 17,100 บาท ค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน533 บาท โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นเงินคนละ 633 บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จคำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงว่า จำเลยทำหนังสือเมื่อวันที่ 31 มกราคม2538เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่แต่โจทก์ทั้งสี่ทราบการเลิกจ้างในวันอื่นการเลิกจ้างมีผลตั้งแต่เมื่อใดนั้น

เห็นว่า แม้นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิจะเลิกสัญญาจ้างได้ฝ่ายเดียวโดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องตกลงหรือยินยอมด้วยก็ตาม แต่การเลิกจ้างจะมีผลต่อเมื่อฝ่ายที่ใช้สิทธิเลิกจ้างได้แสดงเจตนาหรือบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ทราบก่อนและการเลิกจ้างย่อมมีผลทันทีนับแต่ฝ่ายนั้นได้ทราบการแสดงเจตนาหรือการบอกกล่าวนั้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ทราบการเลิกจ้างในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2538 และโจทก์ที่ 4 ทราบการเลิกจ้างในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2538 ดังนั้นการเลิกจ้างของจำเลยจึงมีผลนับแต่วันที่โจทก์ทั้งสี่ได้ทราบ มิใช่ตั้งแต่วันที่31 มกราคม 2538 ดังที่จำเลยอ้างพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · อัมพร ทองประยูร · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6787/2548

สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นเอกเทศสัญญาประเภทหนึ่ง ซึ่งคู่สัญญาอาจแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญากันได้ตามหลักเกณฑ์ใน ป.พ.พ. มาตรา 386 และมาตรา 582 โดยนายจ้างหรือลูกจ้างบอกเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2364/2545

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำแถลงรับของคู่ความพอวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย แต่โจทก์อุทธรณ์ว่าข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัยคดี ศาลแรงงานกลางต้องสั่งให้สืบพยานโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2545

สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์จำเลยไม่ได้กำหนดระยะเวลาจ้างไว้ โจทก์และจำเลยจึงมีสิทธิเลิกสัญญาได้ด้วยการบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2540

แม้นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิจะเลิกสัญญาจ้างได้ฝ่ายเดียว โดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องตกลงหรือยินยอมด้วยก็ตาม แต่การเลิกจ้างจะมีผลต่อเมื่อฝ่ายที่ใช้สิทธิเลิกจ้างได้แสดงเจตนาหรือบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ทรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3156/2532

การที่ นายจ้าง เลิกจ้างลูกจ้าง เป็นเรื่องที่ นายจ้าง ใช้สิทธิเลิกสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายบังคับว่าจะต้องระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างนั้นด้วย เมื่อลูกจ้างนำคดีมาฟ้อง นายจ้างก็มีสิทธิที่จะ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้