คำฟ้องและคำให้การ
คดีสองสำนวนนี้ศาศาลชั้นต้นพิพากษารวมกัน คดีได้ความว่าเดิมนายฮกเต๊กได้นางถมบุตร์นายรอดเป็นภรรยาประมาณ ๑๕ ปีมาแล้ว แล้วนายฮกเต๊กไปค้าขายที่กรุงเทพ ฯ และที่ปีนัง ในระวางนี้นางถมยังคงได้รับจดหมายถามข่าวคราวและเงินทางจากสามีเสมอมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ นายเชยได้มาสู่ขอนายถมต่อนายรอด ๆ ยกให้อยู่กินด้วยกันมาราว ๗ เดือนเศษนางถมก็ถึงแก่กรรมลง ต่อมานายเชยสามีคนที่ ๒ ได้เป็นโจทก์ฟ้องนายรอดพ่อตาเรียกทรัพย์อันเป็นมฤดกของนางถม และนายฮกเต๊กได้เป็นโจทก์ฟ้องนายรอดและนายเชยฐานชายชู้และชักสื่อ เรียกค่าสืนไหม
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องของนายเชยส่วนในคดีที่นายฮกเต๊กเป็นโจทก์นั้นให้ปรับนายเชยฐานชายชู้เป็นเงิน ๑๖๐ บาทให้ปรับนายรอดฐานชักสื่อเป็นสินไหมกึ่ง พินัยกึ่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องนายฮกเต๊กอ้างว่าคดีขาดอายุความแล้วโดยนายฮกเต๊กยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อนายเชยได้นางถมมาเกิน ๑ ปีแล้ว ส่วนที่นายเชยฟ้องเรียกมฤดกของนางถมจากนายรอดนั้น เมื่อนายเชยมิได้เป็นสามีนางถมตามกฎหมายก็ขอรับมฤดกไม่ได้ ในข้อที่ยืนตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้นายเชยฟ้องเรียกทรัพย์โดยอ้างว่าเป็นสินเดิมและสินสมรสนั้น เมื่อทางพิจารณาได้ความว่านายเชยกับนางถมมิใช่สามีภรรยากันข้ออ้างอิงของนายเชยจึงตกไป จึงยืนตามศาลอุทธรณ์