Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อาหารที่ผลิตขึ้นตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(2)ประกอบกับมาตรา 27(5) จะถึงขั้นเป็นอาหารปลอมต่อเมื่ออาหารที่ผลิตขึ้นนั้นแตก ต่างไปจากคุณภาพ หรือมาตรฐานตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขจนทำให้เกิดโทษหรือเป็นอันตรายเมื่อพยานโจทก์ไม่ยืนยันว่าอาหารที่จำเลยผลิตขึ้นจะเป็นโทษต่อร่างกายหรือจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อาหารดังกล่าวจึงมิใช่อาหารปลอม เป็นแต่เพียงอาหารผิดมาตรฐาน ตามมาตรา 25(3)ประกอบกับมาตรา 28 เท่านั้น ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษตามมาตรานี้ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 นิติบุคคลจะดำเนินงานหรือปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ของตนด้วยตนเองมิได้ต้องกระทำโดยผู้แทน จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลย ที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินหรือปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำผิดก็ได้ชื่อ ว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 76 ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 25 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 27 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 28

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีจำเลยที่ 2เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทน จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันผลิตอาหารปลอมขึ้นเพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522มาตรา 5, 6, 25, 27, 59 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 26(พ.ศ. 2522) เรื่อง กำหนดโคเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ และกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานและวิธีการผลิต ลงวันที่ 13 กันยายน 2522 ข้อ 12ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบของกลางจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25, 27, 59 ให้ปรับคนละ20,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบของกลางจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 26(พ.ศ. 2522) ข้อ 1(3) (5) และข้อ 12(8) กำหนดให้นมข้นและนมข้นหวานแปลงไขมันมีบักเตรีไม่เกิน 10,000 ต่อนม 1 กรัม ตามคำเบิกความของนางสุมณฑา วัฒนสินธุ์ นักวิทยาศาสตร์โท เจ้าหน้าที่วิเคราะห์อาหารทางจุลชีววิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พยานโจทกว่า พยานได้ทำการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างนมที่เจ้าหน้าที่ยึดไปจากบริษัทจำเลยที่ 1 ทั้งสามชนิดแล้ว ปรากฏว่าเฉพาะนมข้นหวานแปลงไขมันตรานกแก้วพบจุลินทรีย์จำนวนถึง 2,890.000 ต่อมิลลิลิตรหรือกรัมเกินกว่าจำนวนตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดให้มีบักเตรีได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อนม 1 กรัม ปรากฏตามรายงานการตรวจวิเคราะห์เอกสารหมาย

ป.จ.3 จึงเป็นอาหารที่ผลิตขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าว ส่วนจะถึงขั้นเป็นอาหารปลอมนั้นต้องปรากฏว่าอาหารที่ผลิตขึ้นดังกล่าวแตกต่างไปจากคุณภาพหรือมาตรฐานที่ระบุไว้จนทำให้เกิดโทษหรือเป็นอันตรายโจทก์มีนางสุมณฑา วัฒนสินธ์ุ เพียงปากเดียวเบิกความว่า จากการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างนมข้นหวานแปลงไขมันตรานกแก้วไม่พบจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ส่วนที่จะเป็นโทษต่อร่างกายหรือจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่นั้นไม่ยืนยัน ถ้ามีจุลินทรีย์มากนับล้าน ๆ กลุ่มก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นทำให้เกิดท้องร่วงท้องเดินได้เห็นว่าคำเบิกความดังกล่าวมิได้ยืนยันว่า จุลินทรีย์หรือบักเตรีที่ตรวจพบนั้นทำให้เกิดโทษต่อผู้บริโภคโดยตรง และปรากฏจากคำเบิกความนางสุมณฑาต่อไปว่า

บักเตรีนั้นมีทั้งชนิดที่ทำให้เกิดโทษ และชนิดที่ไม่เป็นโทษ บางชนิดจะทำให้ประโยชน์ทางผลิตอาหาร ประกอบกับโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าการที่มีบักเตรีในนมข้นหวานแปลงไขมันดังกล่าวทำให้ส่วนประกอบที่เป็นคุณค่าทางอาหารหรือเกินร้อยละสามสิบจากเกณฑ์ต่ำสุดหรือสูงสุด ดังนั้นนมข้นหวานตรานกแก้วดังกล่าว จึงมิใช่อาหารปลอมตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(2) ประกอบมาตรา 27(5) แต่นมข้นหวานตรานกแก้วดังกล่าวยังเป็นอาหารที่ไม่ถูกต้องตามคุณภาพหรือมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากมีจุลินทรีย์หรือบักเตรีเกินจำนวนที่ระบุไว้ จึงเป็นอาหารผิดมาตรฐานตามมาตรา 25(3) ประกอบกับมาตรา 28 ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษตามมาตรานี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 เพราะเป็นบทมีโทษเบากว่าที่โจทก์ฟ้อง ที่จำเลยอ้างว่า

การที่เจ้าหน้าที่ตรวจวิเคราะห์หาบักเตรีในนมรายพิพาททำการตรวจวิเคราะห์โดยผิดหลักวิชาการและมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้ กล่าวคือนางสุมณฑาได้นำนมข้นของจำเลยที่ 1 ไปเข้าตู้เพาะเชื้อเป็นเวลานานถึง 14 วัน ซึ่งตามหลักวิชาการควรเก็บนมไว้เพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้นเนื่องจากการนำนมของจำเลยที่ 1 ไปเก็บไว้ในตู้เพาะเชื้อนานเกินไปย่อมทำให้บักเตรีที่มีอยู่เพิ่มจำนวนได้ง่าย ข้อนี้เห็นว่านมข้นที่เจ้าหน้าที่ยึดมาจากจำเลยที่ 1 นั้น รวม 3 ชนิด ซึ่งผู้ตรวจวิเคราะห์ได้นำนมข้นทั้ง 3 ชนิดเข้าเก็บไว้ในตู้เพาะเชื้อเหมือนกันแต่ผลการตรวจวิเคราะห์คงพบจุลินทรีย์ที่เกินจำนวน 10,000ต่อกรัม เพียงนมข้นหวานตรานกแก้วเท่านั้น

ส่วนนมอีก 2 ชนิด ไม่พบจุลินทรีย์เกินกว่าจำนวนดังกล่าวข้ออ้างของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นนางสุมณฑา ผู้ตรวจวิเคราะห์พยานโจทก์เบิกความว่าจุลินทรีย์หมายถึงบักเตรี รวมทั้งยีสต์และรา ตามรายงานว่าเป็นจุลินทรีย์ ก็เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการเพราะบักเตรีเป็นหนึ่งในจุลินทรีย์ จากคำพยานโจทก์ผู้ทำการตรวจวิเคราะห์นมข้นหวานตรานกแก้วของจำเลยที่ 1ดังกล่าว ฟังได้ว่า คำว่าจุลินทรีย์ในรายการตรวจวิเคราะห์นั้นหมายถึงบักเตรีนั่นเอง จำเลยที่ 1 จึงต้องมีความผิดดังวินิจฉัยข้างต้นสำหรับจำเลยที่ 2 นั้น จำเลยที่ 2 รับว่าได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2523 และเป็นตลอดมาจนเกิดเหตุคดีนี้ เห็นว่าบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นเพียงบุคคลสมมติโดยอาศัยอำนาจของกฎหมายเท่านั้น

ดำเนินหรือปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัทด้วยตนเองไม่ได้ ต้องกระทำโดยผู้แทน จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินหรือปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า บริษัทจำเลยที่ 1 กระทำผิดก็ได้ชื่อว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วนพิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติอาหารพ.ศ. 2522 มาตรา 25(3), 28, 60 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 20,000 บาทไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1788/2531

ฉลากอาหารกระป๋องที่จำเลยผลิตไม่ถูกต้องเฉพาะเลขทะเบียนซึ่งระบุที่ฉลากโดยเลขทะเบียนที่ระบุที่ฉลากอาหาร 2 รายการแรกเป็นของผู้อื่น ส่วนเลขทะเบียนที่ระบุที่ฉลากอาหาร 3 รายการหลังเป็นของจำเลย แต่เป็นเลขทะเบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5017/2554

การเอาชื่อ รูป และรอยประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมที่ได้จดทะเบียนไว้สำหรับสินค้านมข้นหวานในจำพวก 29 มาใช้โดยทำให้ปรากฏที่กล่องหรือลังกระดาษสำหรับบรรจุ ซึ่งเท่ากับเป็นการใช้เครื่องหมายกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6513/2546

ความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตให้โจทก์ร่วมที่ 1 เข้าร่วมเป็นโจทก์ ก็หมายถึงอน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3585/2546

ความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108,110และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25,27,59 เป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องเกี่ยวพันกันทั้งในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2543

โจทก์บรรยายฟ้องโดยแบ่งการกระทำที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวกับการผลิตอาหารปลอม และส่วนที่สองเกี่ยวกับการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นอาหารปลอมและที่มีเครื่องหมายก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้