Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56119)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ทั้งมิได้ยก ขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งสามเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกา ข้อกฎหมายสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา พิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ได้รับ สำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328,83 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 8พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคสอง สำหรับจำเลยที่ 1 ลงโทษปรับ 2,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือนและปรับ คนละ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ มีกำหนด 2 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 4ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ฎีกา (อันดับ 117)โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 118)โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวง พิพากษาลงโทษจำคุกและปรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 โดยรอการลงโทษจำคุกไว้ และยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5เท่านั้นมีสิทธิอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ส่วนโจทก์ทั้งสามต้องห้าม มิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2494มาตรา 22 การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามที่ขอให้ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 โดยไม่รอการลงโทษ โดยศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้วโจทก์ทั้งสามฎีกาว่าอุทธรณ์ของโจทก์ ทั้งสามเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็น อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายนั้นแม้ฎีกาของโจทก์ ทั้งสามจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ก็เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสาม ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 144/2536บริษัทแอมเทลกรุ๊ปกรุงเทพ จำกัด กับพวกโจทก์บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทแอมเมลกรุ๊ปกรุงเทพ จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องบริษัทชวริน จำกัด ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายชวลิต ทั่งสัมพันธ์ ที่ 3 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ทั้งมิได้ยก ขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งสามเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกา ข้อกฎหมายสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา พิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ได้รับ สำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328,83 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 8พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคสอง สำหรับจำเลยที่ 1 ลงโทษปรับ 2,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือนและปรับ คนละ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ มีกำหนด 2 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 4ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ฎีกา (อันดับ 117)

โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 118)โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวง พิพากษาลงโทษจำคุกและปรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 โดยรอการลงโทษจำคุกไว้ และยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5เท่านั้นมีสิทธิอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ส่วนโจทก์ทั้งสามต้องห้าม มิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2494มาตรา 22 การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามที่ขอให้ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 โดยไม่รอการลงโทษ โดยศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้วโจทก์ทั้งสามฎีกาว่าอุทธรณ์ของโจทก์

ทั้งสามเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็น อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายนั้นแม้ฎีกาของโจทก์ ทั้งสามจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ก็เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสาม ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประดิษฐ์ เอกมณี · อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2562

แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9346/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ถนนที่จำเลยจอดรถมีสภาพมืดไม่มีแสงส่องสว่าง จำเลยไม่ได้เปิดโคมไฟเล็ก โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถยนต์เพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้ใช้ยานพาหนะเห็นรถที่จอดได้โดยชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5258/2558

การที่จำเลยกระทำการปลอมเอกสารใบรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษของที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก ด้วยการกรอกข้อความให้ปรากฏว่าเป็นการรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษว่าได้ส่งไปตามหน่วยราชการต่าง ๆ แล้วอันเป็นเท็จ นั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6586/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยการแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อย ๆ ถุงละ 20 เม็ด 8 ถุง 10 เม็ด 5 ถุง 8 เม็ด 1 ถุง 4 เม็ด 1 ถุง 1 เม็ด 1 ถุง และมีอีก 10 เม็ด รวม 223 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 4.905 กร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5025/2557

การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 215 ประกอบมาตรา 158 (7) การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้