Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56119)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ทั้งมิได้ยก ขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งสามเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกา ข้อกฎหมายสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา พิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ได้รับ สำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328,83 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 8พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคสอง สำหรับจำเลยที่ 1 ลงโทษปรับ 2,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือนและปรับ คนละ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ มีกำหนด 2 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 4ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ฎีกา (อันดับ 117)โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 118)โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวง พิพากษาลงโทษจำคุกและปรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 โดยรอการลงโทษจำคุกไว้ และยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5เท่านั้นมีสิทธิอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ส่วนโจทก์ทั้งสามต้องห้าม มิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2494มาตรา 22 การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามที่ขอให้ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 โดยไม่รอการลงโทษ โดยศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้วโจทก์ทั้งสามฎีกาว่าอุทธรณ์ของโจทก์ ทั้งสามเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็น อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายนั้นแม้ฎีกาของโจทก์ ทั้งสามจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ก็เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสาม ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 144/2536บริษัทแอมเทลกรุ๊ปกรุงเทพ จำกัด กับพวกโจทก์บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทแอมเมลกรุ๊ปกรุงเทพ จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องบริษัทชวริน จำกัด ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายชวลิต ทั่งสัมพันธ์ ที่ 3 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ทั้งมิได้ยก ขึ้นว่ากล่าวมาในศาลอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งสามเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกา ข้อกฎหมายสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา พิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ได้รับ สำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328,83 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 8พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคสอง สำหรับจำเลยที่ 1 ลงโทษปรับ 2,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือนและปรับ คนละ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ มีกำหนด 2 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 4ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ฎีกา (อันดับ 117)

โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 118)โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวง พิพากษาลงโทษจำคุกและปรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 โดยรอการลงโทษจำคุกไว้ และยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5เท่านั้นมีสิทธิอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ส่วนโจทก์ทั้งสามต้องห้าม มิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2494มาตรา 22 การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามที่ขอให้ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 โดยไม่รอการลงโทษ โดยศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้วโจทก์ทั้งสามฎีกาว่าอุทธรณ์ของโจทก์

ทั้งสามเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็น อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายนั้นแม้ฎีกาของโจทก์ ทั้งสามจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ก็เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสาม ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ประดิษฐ์ เอกมณี · อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2545/2562

แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบ…

Supreme Court Judgment No. 5258/2558

การที่จำเลยกระทำการปลอมเอกสารใบรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษของที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก ด้วยการกรอกข้อความให้ปรากฏว่าเป็นการรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษว่าได้ส่งไปตามหน่วยราชการต่าง ๆ แล้วอันเป็นเท็จ นั้น…

Supreme Court Judgment No. 9346/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ถนนที่จำเลยจอดรถมีสภาพมืดไม่มีแสงส่องสว่าง จำเลยไม่ได้เปิดโคมไฟเล็ก โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถยนต์เพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้ใช้ยานพาหนะเห็นรถที่จอดได้โดยชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่าห…

Supreme Court Judgment No. 5025/2557

การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 215 ประกอบมาตรา 158 (7) การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว…

Supreme Court Judgment No. 9640/2557

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเฉพาะเรื่องแจ้งความเท็จเกี่ยวกับเรื่องยักยอกเงินว่า จำเลยแจ้งข้อความเท็จ ให้จำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ย่อมถือว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับวันท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up