Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5614/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามระเบียบสำนักงานประกันสังคมว่าด้วย การออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533พ.ศ. 2535 ข้อ 7 กำหนดให้จำเลยเป็นผู้ออกบัตรรับรองสิทธิกำหนดสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนมีสิทธิไปรับบริการทางการแพทย์ให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบจนก่อให้เกิดสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทน โดยให้ผู้ประกันตนหรือนายจ้างแล้วแต่กรณีเป็นผู้เลือกสถานพยาบาลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบดังกล่าวส่วนข้อ 8 กำหนดให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินการให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ทำการเลือกสถานพยาบาลเห็นได้ว่าระเบียบสำนักงานประกันสังคมดังกล่าวจำเลยจะออกบัตรรับรองสิทธิกำหนดสถานพยาบาลให้ผู้ประกันตนเฉพาะผู้ที่จ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาจนก่อให้เกิดสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533แล้วเท่านั้น แม้ผู้ประกันตนดังกล่าวยังไม่ได้บัตรรับรองสิทธิจากจำเลย แต่สิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของผู้นั้นมีอยู่แล้วตามกฎหมาย ดังนั้นการออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลตามระเบียบสำนักงานประกันสังคมดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นเพียงเพื่อรับรองสิทธิของผู้ประกันตนเกี่ยวกับความสะดวกในการไปรับบริการทางการแพทย์ ณ สถานบริการที่ปรากฏชื่อในบัตรนั้น แม้การที่จำเลยออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลให้โจทก์ หลังจากโจทก์ประสบอุบัติเหตุจะมิใช่เป็นความบกพร่องของจำเลยก็ตาม แต่จำเลยจะอ้างเหตุว่าขณะที่โจทก์ได้รับอุบัติเหตุโจทก์ไม่มีบัตรรับรองสิทธิตามระเบียบของจำเลยมาเป็นการตัดสิทธิรับประโยชน์ทดแทนของโจทก์ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมายหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัทประกอบกิจยนตรการ (1994) จำกัด ตั้งแต่ปี 2537เป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบตามเงื่อนเวลาจนก่อให้เกิดสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน จำเลยกำหนดโรงพยาบาลมหาชัย 2เป็นสถานพยาบาลให้โจทก์ได้รับบริการทางการแพทย์ ต่อมาวันที่23 กุมภาพันธ์ 2538 เวลา 2 นาฬิกา โจทก์ขับรถยนต์แล่นสวนทางกับรถยนต์บรรทุกซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5โจทก์ได้หักกลบแล้วแต่ไม่พ้นจึงเฉี่ยวชนกันทำให้โจทก์ได้รับอันตรายแขนขวาขาดและสลบไป โจทก์ถูกนำส่งโรงพยาบาลมหาชัย 2แพทย์วินิจฉัยว่ากระดูกข้อศอกขวาแตกและทำการรักษาโจทก์โดยพักรักษาตัวถึงวันที่ 7 มีนาคม 2538 รวม 12 วัน

โจทก์เสียค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นเงิน71,619 บาท ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องต่อกองประโยชน์ทดแทนสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม กองประโยชน์ทดแทนสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม สั่งจ่ายเงินค่าบริการทางการแพทย์แก่โจทก์ 2 งวด งวดแรกจำนวน 3,300 บาท และงวดที่สองจำนวน8,600 บาท รวมเป็นเงิน 11,900 บาท โจทก์จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ คณะกรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยที่ 958/2539แก้คำสั่งของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมที่สั่งจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ตามมติคณะกรรมการการแพทย์ครั้งที่ 21/2538 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2538 เป็นให้จ่ายเงินค่าบริการทางการแพทย์เป็นเงิน 19,950 บาทแก่โจทก์

โจทก์ไม่เห็นด้วยเนื่องจากจำเลยจ่ายเงินแก่โจทก์น้อยกว่าความจริง ขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์สำนักงานประกันสังคมที่ 958/2539 และให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จำนวน 71,619 บาท แก่โจทก์ตามที่จ่ายจริงจำเลยให้การว่า โจทก์ยื่นแบบขอบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลหลังจากเกิดอุบัติเหตุ และจำเลยยังไม่ได้ออกบัตรรับรองสิทธิให้ โจทก์จึงต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลมหาชัย 2ที่ให้การรักษาพยาบาลแก่โจทก์เอง โจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาชัย 2 โดยไม่ได้แสดงบัตรรับรองสิทธิต่อโรงพยาบาลเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของโจทก์เอง มิใช่ความผิดของจำเลยที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐมและคณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ตามจำนวนที่จ่ายจริงตามความจำเป็นในการบำบัดรักษา

จำนวน 19,950 บาท แก่โจทก์ตามประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ ลงวันที่ 30 มีนาคม 2538 ข้อ 4.1.2จึงชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ตามกฎหมายและจำเลยไม่ดำเนินการให้โจทก์เลือกสถานพยาบาลจึงมิใช่ความผิดของโจทก์ พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ดังกล่าวและให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์แก่โจทก์จำนวน 51,669 บาทจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า กรณีมีเหตุที่จะเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 958/2539 หรือไม่

ขณะที่โจทก์ได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุจำเลยยังมิได้ออกบัตรรับรองสิทธิให้เนื่องจากโจทก์ละเลยไม่ดำเนินการเลือกสถานพยาบาลตามระเบียบของจำเลย เมื่อโจทก์ได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุต้องเข้ารับบริการทางการแพทย์โดยจ่ายเงินเฉพาะวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นเงิน71,619 บาท โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ตามจำนวนที่จ่ายจริงตามความจำเป็นในการรักษาพยาบาลเพียงจำนวน19,950 บาท เท่าที่คณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เห็นว่า ตามระเบียบสำนักงานประกันสังคมว่าด้วย การออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 พ.ศ. 2535 ข้อ 7 กำหนดให้จำเลยเป็นผู้ออกบัตรรับรองสิทธิกำหนดสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบจนก่อให้เกิดสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนโดยให้ผู้ประกันตนหรือนายจ้างแล้วแต่กรณีเป็นผู้เลือกสถานพยาบาลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบดังกล่าว

ส่วนข้อ 8 กำหนดให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินการให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ทำการเลือกสถานพยาบาล ระเบียบสำนักงานประกันสังคมดังกล่าวจำเลยจะออกบัตรรับรองสิทธิกำหนดสถานพยาบาลให้ผู้ประกันตนเฉพาะผู้ที่จ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาจนก่อให้เกิดสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533แล้วเท่านั้น กรณีเช่นนั้นแม้ผู้ประกันตนดังกล่าวยังไม่ได้บัตรรับรองสิทธิจากจำเลย แต่สิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของผู้นั้นมีอยู่แล้วตามกฎหมาย ดังนั้นการออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลตามระเบียบสำนักงานประกันสังคมดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นเพียงเพื่อรับรองสิทธิของผู้ประกันตนเกี่ยวกับความสะดวกในการไปรับบริการทางการแพทย์

ณ สถานบริการที่ปรากฏชื่อในบัตรนั้น คดีนี้ข้อเท็จจริงเป็นยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า โจทก์เป็นผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมตั้งแต่ปี 2535 ตลอดมาครบตามเงื่อนเวลาจนก่อให้เกิดสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนตามกฎหมายแล้วจำเลยมิได้ดำเนินการให้โจทก์เลือกสถานพยาบาล ต่อมาวันที่21 กุมภาพันธ์ 2538 โจทก์เลือกสถานพยาบาล วันที่ 22 กุมภาพันธ์2538 นายจ้างโจทก์รับรองการเลือกสถานพยาบาลดังกล่าว วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2538 จำเลยรับเอกสารการเลือกสถานพยาบาลของโจทก์และวันนั้นจำเลยออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลให้โจทก์แต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2538 โจทก์ ประสบอุบัติเหตุได้รับอันตรายเห็นว่า แม้จำเลยออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลให้โจทก์หลังจากโจทก์ประสบอุบัติเหตุจะมิใช่เป็นความบกพร่องของจำเลยแต่จำเลยจะอ้างเหตุว่าขณะที่โจทก์ได้รับอุบัติเหตุโจทก์ไม่มีบัตรรับรองสิทธิตามระเบียบของจำเลยมาเป็นการตัดสิทธิรับประโยชน์ทดแทนของโจทก์ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมายหาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · อัมพร ทองประยูร · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2551

สิทธิในการได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2533 มาตรา 20 เป็นสิทธิทางแพ่งที่ผู้ประสบภัยจะได้รับเพื่อเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นโดยเจ้าของรถต้องจัดให้มีการประกันค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8094/2560

คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มีอาการแน่นหน้าอกกะทันหัน ร้าวที่วงแขน อาเจียน โจทก์ถูกนำส่งโรงพยาบาล ศ. ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แพทย์ให้การรักษาด้วยยาอาการดีขึ้น ภรรยาโจทก์เห็นว่าอาการโจทก์มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3083/2559

ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13922/2558

โจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิด้วยอาการเหนื่อยหายใจติดขัด ลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วขั้นปานกลางถึงขั้นรุนแรง โรงพยาบาลตามสิทธิจึงส่งตัวโจทก์มารักษาที่สถาบันโรคทรวงอกซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิระดับบน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้