Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8094/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มีอาการแน่นหน้าอกกะทันหัน ร้าวที่วงแขน อาเจียน โจทก์ถูกนำส่งโรงพยาบาล ศ. ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แพทย์ให้การรักษาด้วยยาอาการดีขึ้น ภรรยาโจทก์เห็นว่าอาการโจทก์มีลักษณะรุนแรงควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประกอบกับโจทก์เคยรักษากับแพทย์ที่โรงพยาบาล ซ. ซึ่งมีแพทย์ที่ชำนาญเฉพาะทาง ภรรยาโจทก์จึงติดต่อและย้ายโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาล ซ. ทั้งที่ได้ความว่าโรงพยาบาล ก. ซึ่งเป็นสถานพยาบาลตามสิทธิมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาล ศ. มากกว่าโรงพยาบาล ซ. และใช้ระยะเวลาเดินทางน้อยกว่ากัน เมื่อภรรยาและญาติโจทก์ตัดสินใจส่งตัวโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาล ซ. เพราะภรรยาและญาติโจทก์มีความเชื่อถือการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาล ซ. ซึ่งโจทก์เคยรักษาที่โรงพยาบาลนี้มาก่อน การที่นำตัวโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาล ซ. ซึ่งมิใช่สถานพยาบาลตามสิทธิ จึงมิใช่เป็นกรณีที่มีเหตุผลสมควรหรือจำเป็นต้องรับการบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาล ซ. ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 59 วรรคสอง และประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2548 โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินค่าบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ซ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยนี้กับพวกรวม 14 คน ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ออกจากสารบบความแล้ว คงเหลือจำเลยนี้ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว โดยให้เรียกจำเลยที่ 1 ว่า จำเลย โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 2045/2551 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 และบังคับจำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์แก่โจทก์เป็นเงิน 361,122 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งประโยชน์ทดแทนของสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 6 ที่ รง 0628/13004 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2045/2551 และให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์แก่โจทก์ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2548 ข้อ 3.2.2 พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของยอดเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 20 เมษายน 2552) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์อายุ 59 ปี เป็นผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 39 และจำเลยได้ออกบัตรรับรองสิทธิให้แก่โจทก์แล้ว โดยโจทก์เลือกโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค เป็นสถานพยาบาลตามสิทธิซึ่งโจทก์เคยไปใช้บริการเพียงครั้งเดียว และโจทก์เคยรับการรักษาที่โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ซึ่งโจทก์เห็นว่ามีความเชี่ยวชาญ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 20.20 นาฬิกา โจทก์มีอาการปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก และอาเจียน โจทก์จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศาลายาซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด โรงพยาบาลศาลายาระบุในเวชระเบียนว่าแรกรับโจทก์มีความดันโลหิต 180/110 มิลลิเมตรปรอท ชีพจรเต้น 110 ครั้งต่อนาที

แพทย์ทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบกล้ามเนื้อหัวใจตาย ให้ยาอมใต้ลิ้นดีขึ้น แต่ยังมีอาการเจ็บหน้าอกเล็กน้อย ระหว่างนั้นภรรยาโจทก์ได้โทรศัพท์ติดต่อปรึกษากับแพทย์โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ แล้วต่อมาได้นำโจทก์ออกจากโรงพยาบาลศาลายาเดินทางโดยรถของโรงพยาบาลไปถึงที่โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์เวลา 22.10 นาฬิกา ตามเวชระเบียนของโรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ระบุอาการของโจทก์ก่อนหน้าที่จะมาถึงโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ ว่า โจทก์มีอาการแน่นหน้าอกประมาณ 6 ชั่วโมงก่อนมา เวลา 17.30 นาฬิกา หลังกินข้าว กินกล้วย แน่นหน้าอกขึ้นมาทันที ร้าวไปที่วงแขน เหงื่อแตก หวิว อาเจียนตลอด เป็นเวลาประมาณ 30 นาที จึงให้คนงานพาไปที่โรงพยาบาลศาลายา ได้ยา ASA เคี้ยวและได้ยานอนหลับ

ส่วนอาการขณะที่โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์รับตัวไว้ ระบุว่าแรกรับชีพจรเต้น 100 ครั้งต่อนาที หายใจ 22 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 116/70 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 36 องศาเซลเซียส มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง แพทย์วินิจฉัยว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โจทก์รักษาตัวในโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ด้วยการฉีดสีเพื่อดูเส้นเลือดหัวใจ สวนหัวใจและใส่ Stent แล้วพักรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2551 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2551 รวม 5 วัน เสียค่าบริการทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลดังกล่าวไป 361,122 บาท โดยไม่ได้แจ้งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิทราบ

สาเหตุที่นำตัวโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์เนื่องจากโจทก์มีประวัติการรักษาอยู่แล้วและจะเป็นการสะดวก โจทก์มีประวัติเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงอยู่ก่อนแล้ว แล้ววินิจฉัยว่า แม้แพทย์จะวินิจฉัยว่าอาการของโจทก์ดีขึ้นจนสามารถไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลตามสิทธิได้แล้วก็ตาม แต่ในสถานการณ์เช่นนั้นย่อมเป็นธรรมดาที่ ภรรยาโจทก์จะต้องรักษาชีวิตของโจทก์ไว้ก่อนแม้ว่าการเดินทางไปยังโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์จะมีระยะทาง ไกลกว่าการเดินทางไปยังสถานพยาบาลตามสิทธิก็ตาม การที่โจทก์มีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์มาก่อนก็เป็นเหตุผลที่จะทำให้โจทก์มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ทั้งโจทก์มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

จำเป็นต้องรีบรักษาเพื่อป้องกันมิให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย มีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก จึงมีเหตุผลสมควรที่ไม่อาจเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลตามสิทธิเนื่องจากกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน มีเหตุจะต้องเพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยตามฟ้องและโจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยเพียงอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า โจทก์มีเหตุผลสมควรหรือจำเป็นที่ไม่สามารถไปรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลตามสิทธิหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มีอาการแน่นหน้าอกกะทันหัน ร้าวที่วงแขน อาเจียน โจทก์ถูกนำส่งโรงพยาบาลศาลายาซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แพทย์ให้การรักษาด้วยยาอาการดีขึ้น ภรรยาโจทก์เห็นว่าอาการโจทก์มีลักษณะรุนแรงควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประกอบกับโจทก์เคยรักษากับแพทย์ที่โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ซึ่งมีแพทย์ที่ชำนาญเฉพาะทางภรรยาโจทก์จึงติดต่อและย้ายโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

ทั้งที่ได้ความว่าโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ซึ่งเป็นสถานพยาบาลตามสิทธิมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลศาลายามากกว่าโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ และใช้ระยะเวลาเดินทางน้อยกว่ากัน เมื่อภรรยาและญาติโจทก์ตัดสินใจส่งตัวโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เพราะภรรยาและญาติโจทก์มีความเชื่อถือการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ซึ่งโจทก์เคยรักษาที่โรงพยาบาลนี้มาก่อน การที่นำตัวโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ซึ่งมิใช่สถานพยาบาลตามสิทธิ จึงมิใช่เป็นกรณีที่มีเหตุผลสมควรหรือจำเป็นต้องรับการบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 59 วรรคสอง และประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2548 โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินค่าบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภาวนา สุคันธวณิช · วิชัย เอื้ออังคณากุล · ปกรณ์ สุวรรณพรหมา
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายจตุรงค์ บุรมัธนานนท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.1034/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
นบ162/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
นบ370/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3083/2559

ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13922/2558

โจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิด้วยอาการเหนื่อยหายใจติดขัด ลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วขั้นปานกลางถึงขั้นรุนแรง โรงพยาบาลตามสิทธิจึงส่งตัวโจทก์มารักษาที่สถาบันโรคทรวงอกซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิระดับบน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6683/2558

เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดของโจทก์เป็นกรณีฉุกเฉินซึ่งคณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ ประกอบกับโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ ไม่มีศู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2551

สิทธิในการได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2533 มาตรา 20 เป็นสิทธิทางแพ่งที่ผู้ประสบภัยจะได้รับเพื่อเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นโดยเจ้าของรถต้องจัดให้มีการประกันค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้