Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6683/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดของโจทก์เป็นกรณีฉุกเฉินซึ่งคณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ ประกอบกับโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ ไม่มีศูนย์หัวใจ จึงไม่มีศักยภาพที่จะรักษาโจทก์ได้โดยทันท่วงที เบื้องต้นแพทย์โรงพยาบาล ร. ฉีดสีจึงทราบว่าเส้นเลือดอุดตันและต้องรักษาโดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือด โรงพยาบาล ร. กับโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ติดต่อประสานกันทราบว่าโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ไม่สามารถทำการรักษาโดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดให้ได้ และได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาล ก. ประชาชื่น ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือ แต่ก็ได้รับแจ้งว่ารักษาให้ไม่ได้ ผลการปรึกษากันระหว่างโรงพยาบาล ร. กับโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ได้ข้อสรุปว่าให้โจทก์พักรักษาตัวก่อน 1 คืน ถือว่ากรณีมีเหตุสมควรที่โจทก์ไม่สามารถไปเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ได้ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จากจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ ที่ 565/2551 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2551 โดยให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จำนวน 215,448 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า คำสั่งของจำเลยและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุเพิกถอน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 10 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ ที่ 565/2551 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2551 ให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 59 วรรคสาม

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นผู้ประกันตนซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน มีโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 เป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ โจทก์เข้ารับบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาล ร. ด้วยเหตุเกิดอาการเจ็บป่วยแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก แพทย์ตรวจแล้ววินิจฉัยว่า กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทำการรักษาโดยทำบอลลูนขยายหลอดเลือดที่อุดตัน เสียค่ารักษาพยาบาล 215,448 บาท โจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ร. เนื่องจากมีศูนย์หัวใจตั้งแต่เวลา 5 นาฬิกา แพทย์ตรวจเบื้องต้นพบอาการเกี่ยวกับหัวใจและได้โทรศัพท์ไปปรึกษากับโรงพยาบาล

ก. สุขาภิบาล 3 เรื่องการรักษาในเวลาประมาณ 12 นาฬิกา แต่โรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ไม่มีศูนย์หัวใจ ได้ขอโทรศัพท์ไปตรวจสอบกับโรงพยาบาลในเครือคือโรงพยาบาล ก. ว่าสามารถรองรับการรักษาได้หรือไม่ โรงพยาบาล ร. ทำการฉีดสีเข้าเส้นเลือดแล้วพบว่า มีอาการอุดตันในเส้นเลือดจะต้องทำบอลลูนเพื่อขยายหลอดเลือด ญาติของโจทก์ทราบผลจึงโทรศัพท์ไปปรึกษากับโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 อีกครั้งในเรื่องการทำบอลลูน แต่โรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 แจ้งว่าโรงพยาบาล ก. ไม่สามารถทำได้ จึงต้องรักษาต่อที่โรงพยาบาล ร. ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกเหตุการณ์ประจำวันของโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ว่าได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล ร. ว่าแพทย์จะทำการสวนหัวใจดูว่ามีตีบหรือไม่ โดยญาติผู้ป่วยจะจ่ายเงินเอง

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ร. แจ้งว่าจะนำส่งเครือข่าย แต่เมื่อโทรศัพท์ไปติดต่ออีกครั้งเพื่อจะรับตัวผู้ป่วย กลับแจ้งว่ามีเส้นเลือดตีบ 1 เส้น ต้องทำบอลลูนด่วนเคลื่อนย้ายไม่ได้ จึงให้โรงพยาบาล ร. ส่งโทรสารเกี่ยวกับอาการและการรักษามาเก็บไว้ให้ญาติสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนั้นไปก่อน แล้วจะปรึกษาผู้อำนวยการอีกครั้งว่าจะจ่ายส่วนไหนได้บ้าง ได้ติดต่อแพทย์เพื่อให้รับรักษาต่อ แต่มีการทำบอลลูนแล้วไม่มีแพทย์รับรักษาเพราะเป็นกรณีต้องทำด่วน สรุปจะให้อยู่โรงพยาบาล ร. 1 คืน วางแผนให้กลับวันพรุ่งนี้และมีบันทึกเหตุการณ์ว่า ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล ร. ว่าญาติจะให้โจทก์อยู่ต่อ จึงได้คุยกับญาติโจทก์ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ซึ่งนางสาว

น. น้องสาวโจทก์ตอบตกลง จึงไปขอรับค่าบริการทางการแพทย์ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 10 มีคำสั่งว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เพราะโจทก์ไม่ประสงค์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การเจ็บป่วยของโจทก์เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทำให้มีอาการเจ็บหน้าอก เจ็บจี๊ด ๆ แน่นตื้อ ๆ นั้น เป็นกรณีฉุกเฉิน จำเป็นต้องได้รับบริการทางการแพทย์ แต่อาการดังกล่าวยังอยู่ในวิสัยที่โจทก์สามารถไปรับการบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้โดยปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายแก่ชีวิต ประกอบกับระยะทางจากบ้านพักของโจทก์ไปโรงพยาบาล

ก. สุขาภิบาล 3 ใกล้กว่าที่จะไปรักษาที่โรงพยาบาล ร. และหากไปรับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 แล้ว โรงพยาบาลดังกล่าวไม่สามารถให้การรักษาได้ก็จะส่งต่อไปที่โรงพยาบาล ก. ประชาชื่น ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์หัวใจและเป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า การที่โจทก์ไปเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล ร. เป็นความประสงค์ของโจทก์และไม่มีเหตุผลสมควรที่ไม่สามารถไปเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิตามมาตรา 59 ได้ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ตามที่ขอ แล้วศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า อาการเจ็บป่วยของโจทก์จำเป็นต้องได้รับบริการทางการแพทย์ซึ่งโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิไม่สามารถให้บริการได้

จะต้องส่งตัวไปรับบริการที่อื่น เมื่อได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลที่โจทก์รับบริการเบื้องต้นอยู่ โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้มีการปรึกษากันให้โจทก์อยู่ต่อ 1 คืน เพราะไม่มีแพทย์รับรักษาต่อ โดยจะดำเนินการเคลียร์ให้ในภายหลัง กรณีถือได้ว่ามีเหตุผลสมควรที่โจทก์ไม่สามารถรับบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้ เมื่อโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล ร. แล้วจึงมีความรับผิดชอบในการให้บริการทางการแพทย์แก่โจทก์นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้งเป็นต้นไป โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่ต้องจ่ายให้แก่สถานพยาบาลอื่น ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 59 วรรคสาม กรณีมีเหตุสมควรเพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 10 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า โจทก์มีเหตุผลสมควรที่ไม่สามารถไปเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดของโจทก์เป็นกรณีฉุกเฉินซึ่งคณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ ประกอบกับโรงพยาบาล ก. สุขาภิบาล 3 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิไม่มีศูนย์หัวใจจึงไม่มีศักยภาพที่จะรักษาโจทก์ได้โดยทันท่วงที เบื้องต้นแพทย์โรงพยาบาล ร. ฉีดสีจึงทราบว่าเส้นเลือดอุดตันและต้องรักษาโดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือด โรงพยาบาล ร. กับโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิติดต่อประสานกันทราบว่าโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิไม่สามารถทำการรักษาโดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดให้ได้และได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาล

ก. ประชาชื่น ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือ แต่ก็ได้รับแจ้งว่ารักษาให้ไม่ได้ ผลการปรึกษากันระหว่างโรงพยาบาล ร. กับโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้ข้อสรุปว่า ให้โจทก์พักรักษาตัวก่อน 1 คืน ถือว่ากรณีมีเหตุสมควรที่โจทก์ไม่สามารถไปเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จากจำเลย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วาสนา หงส์เจริญ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · สุนันท์ ชัยชูสอน
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสากล สมสุข
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.672/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
นบ331/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
นบ314/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8094/2560

คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มีอาการแน่นหน้าอกกะทันหัน ร้าวที่วงแขน อาเจียน โจทก์ถูกนำส่งโรงพยาบาล ศ. ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แพทย์ให้การรักษาด้วยยาอาการดีขึ้น ภรรยาโจทก์เห็นว่าอาการโจทก์มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3083/2559

ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13922/2558

โจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิด้วยอาการเหนื่อยหายใจติดขัด ลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วขั้นปานกลางถึงขั้นรุนแรง โรงพยาบาลตามสิทธิจึงส่งตัวโจทก์มารักษาที่สถาบันโรคทรวงอกซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิระดับบน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2551

สิทธิในการได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2533 มาตรา 20 เป็นสิทธิทางแพ่งที่ผู้ประสบภัยจะได้รับเพื่อเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นโดยเจ้าของรถต้องจัดให้มีการประกันค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้