Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56154)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา บัดนี้ จำเลยได้ปฏิบัติตาม คำพิพากษาของศาลครบถ้วนแล้ว โดยได้เลิกประกอบ กิจการอู่ซ่อมรถยนต์ที่บ้านเลขที่ 29/1 ซอยจิตต์ภักดีถนนสุขาภิบาล1แขวงคลองกุ่ม เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และไม่มีบุคคลใด ๆ ประกอบกิจการอู่ซ่อมรถยนต์ที่บ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้ว จำเลยจึงขอให้ ศาลได้โปรดมีคำสั่งยกเลิก เพิกถอนคำสั่งศาลที่ให้ กักขังจำเลย และปล่อยตัวจำเลยพ้นจากการควบคุมตัว ต่อไป และขอให้ศาลได้โปรดมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องออกไปตรวจสถานที่ประกอบกิจการ อู่ซ่อมรถยนต์ที่บ้านดังกล่าว เพื่อทำรายงานประกอบการ พิจารณาคดีด้วย ทั้งนี้จำเลยพร้อมที่จะพาเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทุกคนไปตรวจสอบสถานที่ได้ตลอดเวลาโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่าจำเลยประกอบกิจการค้าประเภทซ่อมเครื่องยนต์ พ่น สีเครื่องยนต์ เพื่อการค้า อันเป็นการค้าที่น่ารังเกียจหรืออาจเป็น อันตรายแก่สุขภาพ และเป็นการค้าควบคุม โดยมิได้ รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับ 50 บาท และห้ามจำเลยประกอบการค้าตามฟ้องจนกว่า จะได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร้องว่าจำเลยยังคง ประกอบกิจการซ่อมเครื่องยนต์ พ่น สีรถยนต์เพื่อการค้า ในสถานที่ดังกล่าวมาโดยตลอด ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ของศาลที่ห้ามไว้ ขอให้บังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านว่า จำเลยหยุดประกอบกิจการ ตามคำสั่งของศาลแล้วศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าจำเลยยังคงประกอบ กิจการซ่อมเครื่องยนต์เคาะพ่น สีรถยนต์อยู่ ณ ที่เดิม เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล มีคำสั่งให้ กักขังจำเลยไว้จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่ไม่ให้เกินกว่า 1 ปี ให้เบิกตัวจำเลยมาสอบถามทุก 15 วันศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้กักขังจำเลยมีกำหนด6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา (อันดับ 29)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 74)จำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทั้งใน ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา(อันดับ 14,51 แผ่นที่ 3 และ 66)คำสั่งตามคำร้องของ จำเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับตามคำพิพากษา เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาสั่งจึงให้คืนคำร้องของ จำเลยให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 530/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายจำนงค์ สุขถาวรจำเลยนายสุธี ศรีทิพย์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 297, ม. 300 ป.วิ.อ. ม. 15ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา บัดนี้ จำเลยได้ปฏิบัติตาม คำพิพากษาของศาลครบถ้วนแล้ว โดยได้เลิกประกอบ กิจการอู่ซ่อมรถยนต์ที่บ้านเลขที่ 29/1 ซอยจิตต์ภักดีถนนสุขาภิบาล1แขวงคลองกุ่ม เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และไม่มีบุคคลใด ๆ ประกอบกิจการอู่ซ่อมรถยนต์ที่บ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้ว จำเลยจึงขอให้ ศาลได้โปรดมีคำสั่งยกเลิก เพิกถอนคำสั่งศาลที่ให้ กักขังจำเลย และปล่อยตัวจำเลยพ้นจากการควบคุมตัว ต่อไป และขอให้ศาลได้โปรดมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องออกไปตรวจสถานที่ประกอบกิจการ อู่ซ่อมรถยนต์ที่บ้านดังกล่าว เพื่อทำรายงานประกอบการ พิจารณาคดีด้วย ทั้งนี้จำเลยพร้อมที่จะพาเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทุกคนไปตรวจสอบสถานที่ได้ตลอดเวลาโปรดอนุญาตหมายเหตุ

โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่าจำเลยประกอบกิจการค้าประเภทซ่อมเครื่องยนต์ พ่น สีเครื่องยนต์ เพื่อการค้า อันเป็นการค้าที่น่ารังเกียจหรืออาจเป็น อันตรายแก่สุขภาพ และเป็นการค้าควบคุม โดยมิได้ รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับ 50 บาท และห้ามจำเลยประกอบการค้าตามฟ้องจนกว่า จะได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร้องว่าจำเลยยังคง ประกอบกิจการซ่อมเครื่องยนต์ พ่น สีรถยนต์เพื่อการค้า ในสถานที่ดังกล่าวมาโดยตลอด ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ของศาลที่ห้ามไว้ ขอให้บังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านว่า จำเลยหยุดประกอบกิจการ ตามคำสั่งของศาลแล้วศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว

เห็นว่าจำเลยยังคงประกอบ กิจการซ่อมเครื่องยนต์เคาะพ่น สีรถยนต์อยู่ ณ ที่เดิม เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล มีคำสั่งให้ กักขังจำเลยไว้จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่ไม่ให้เกินกว่า 1 ปี ให้เบิกตัวจำเลยมาสอบถามทุก 15 วันศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้กักขังจำเลยมีกำหนด6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา (อันดับ 29)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 74)จำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทั้งใน ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา(อันดับ 14,51 แผ่นที่ 3 และ 66)คำสั่งตามคำร้องของ จำเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับตามคำพิพากษา เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาสั่งจึงให้คืนคำร้องของ จำเลยให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิระ บุญพจนสุนทร · ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16282)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถาง. เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา.กล่าวคือ ยังคงครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดี. ศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39342)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษากล่าวคือ ยังคงครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดีศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 67874)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถาง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา กล่าวคือ ยังครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดี ศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2498

ในคดีแพ่งศาลมีคำพิพากษาบังคับให้จำเลยรื้อชายคาห้องจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับโดยอ้างว่าขัดข้องมีคนเช่าห้องอยู่ศาลก็อาจจับขังจำเลยบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ หนี้อันเกิดจากสัญญาที่ว่าจำเลยจะยอมรื้อช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2568

การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้นั้นต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 กล่าวคือ ต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้