Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56208)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่ได้แก้ไขใหม่ จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่จำเลยได้เข้าครอบครองทำประโยชน์บนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ก่อนที่โจทก์จะจดทะเบียนซื้อขาย จำเลยย่อมเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย จำเลยไม่จำต้องแสดงเจตนาเพื่อแย่งการครอบครองต่อโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยพร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายสิ่งของออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เล่มที่ 3 หน้า 27สารบบเล่ม 2 หน้า 433 ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลนาเฉลียงอำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ และให้จำเลยชำระเงินค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยพร้อมบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าว ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 90)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล (อันดับ 92)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 และมาตรา 252ผู้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาจะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นและนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งแต่คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาโดยไม่ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตราดังกล่าว คำร้องของ จำเลย เป็นคำร้องที่ไม่ชอบ จึงให้ยกคำร้องของ จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 916/2536สิบตำรวจเอกศักดิ์ชัย ทรัพย์สังข์โจทก์นายกี ทองมาเองจำเลยนายกี ทองมาเอง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่ได้แก้ไขใหม่ จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่จำเลยได้เข้าครอบครองทำประโยชน์บนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ก่อนที่โจทก์จะจดทะเบียนซื้อขาย จำเลยย่อมเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย จำเลยไม่จำต้องแสดงเจตนาเพื่อแย่งการครอบครองต่อโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยพร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายสิ่งของออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เล่มที่ 3 หน้า 27สารบบเล่ม 2 หน้า 433 ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลนาเฉลียงอำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ และให้จำเลยชำระเงินค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยพร้อมบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าว ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 90)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล (อันดับ 92)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 และมาตรา 252ผู้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาจะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นและนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งแต่คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาโดยไม่ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตราดังกล่าว คำร้องของ จำเลย เป็นคำร้องที่ไม่ชอบ จึงให้ยกคำร้องของ จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18325/2556

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3810/2545

ในชั้นที่จำเลยยื่นฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลชั้นต้นมีอำนาจตรวจและมีคำสั่งรับหรือไม่รับฎีกา เพราะ ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 232 ให้อำนาจศาลชั้นต้นไว้ แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา และจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59904)

ความว่า จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องฎีกาคำสั่ง ฉบับลงวันที่6 กรกฎาคม 2532 ไว้ บัดนี้โจทก์กับจำเลยทั้งสองตกลงกันได้โดยจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้เต็มตามคำพิพากษาให้โจทก์แล้วจำเลยทั้งสองจึงขอถอนคำร้องฎีกาคำสั่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้