Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2557 (เลขอ้างอิง 562634)

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ร่วมกันพาผู้เสียหายที่ 1 ไปที่ห้องพักเกิดเหตุก็เพื่อให้ผู้เสียหายที่ 1 ชำระหนี้ที่กู้ยืมไปจากกลุ่มของจำเลยทั้งหกให้แก่จำเลยที่ 1 ประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 เรียกร้องให้ผู้เสียหายที่ 1 ชำระหนี้ดังกล่าวจึงไม่ใช่ค่าไถ่ตามความหมายในบทนิยามคำว่า "ค่าไถ่" ตาม ป.อ. มาตรา 1 (13) การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 จึงไม่เป็นความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ โดยการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งสองสำนวนว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เรียกจำเลยที่ 3 ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 5 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 3 เรียกจำเลยที่ 4 ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 3 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 4 เรียกจำเลยที่ 5 ในสำนวนแรก และจำเลยที่ 6 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 5 เรียกจำเลยที่ 6 ในสำนวนแรก และจำเลยที่ 6 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 5 เรียกจำเลยที่ 6 ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 4 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 6 และเรียกผู้เสียหายในสำนวนแรกว่า ผู้เสียหายที่ 1 เรียกผู้เสียหายในสำนวนหลังว่า ผู้เสียหายที่ 2

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 295, 313 (3), 337 (1) (2), 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 8 ทวิ, 72 ทวิ ริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเฉพาะฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 313 วรรคแรก ประกอบมาตรา 316, 337 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80, 83 จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย จำคุกคนละ 3 เดือน ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 8 ปี

รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 คนละ 8 ปี 3 เดือน สำหรับจำเลยที่ 5 ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 2,000 บาท จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 1,000 บาท หากจำเลยที่ 5 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 5 และคำขออื่นสำหรับจำเลยทั้งหกนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ในความผิดฐานพยายามกรรโชกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80, 93, จำคุกคนละ 3 ปี สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุกคนละ 3 ปี 3 เดือน ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 6 ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ในความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 มีความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดตามฟ้องหรือไม่ ผู้เสียหายที่ 1 เองที่จะเข้าไปในห้องพักดังกล่าวและร่วมเสพยาเสพติดโดยผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้เตรียมยาเสพติดไปเพื่อเสพร่วมกัน และผู้เสียหายที่ 1 ยังเบิกความอีกว่า ระหว่างอยู่ภายในห้องพัก ไม่มีการใช้เชือกหรือวัสดุอย่างใดผูกขาและมือไว้ ประตูห้องมีลักษณะเป็นลูกบิดเปิดเข้าออกได้ จึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ไม่ได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้เสียหายที่ 1 และการที่ผู้เสียหายที่ 1 เดินทางไปที่ห้องพักเกิดเหตุก็เนื่องจากไปเจรจาตกลงเกี่ยวกับเรื่องเงินของจำเลยที่ 1 โดยร้อยตำรวจโทผงเพชร

ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งหกก็เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 3 ถามค้านว่า ผู้เสียหายที่ 2 เล่าให้ฟังว่าเงินจำนวน 15,000 บาท ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 เรียกให้ผู้เสียหายที่ 2 ชำระนั้นเป็นเงินที่ผู้เสียหายที่ 1 กู้ยืมจากกลุ่มของจำเลยทั้งหก ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ร่วมกันพาผู้เสียที่ 1 ไปที่ห้องพักเกิดเหตุก็เพื่อให้ผู้เสียหายที่ 1 ชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วยเหตุเช่นนี้ ประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 เรียกร้องให้ผู้เสียหายที่ 1 ชำระหนี้ดังกล่าวจึงไม่ใช่ค่าไถ่ตามความหมายในบทนิยามคำว่า "ค่าไถ่" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (13) การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 จึงไม่เป็นความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ · สมยศ เข็มทอง · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนราธิวาส - นางเพ็ญวิภา ลอยกุลนันท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางวราภรณ์ สหัสโพธิ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ7300/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2232/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1613/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9046/2554

การที่จำเลยพาเด็กหญิง ฟ. ไปจากผู้เสียหาย จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะเรียกร้องเอาทรัพย์สินจากผู้เสียหายและ อ. เพื่อเป็นค่าไถ่มาตั้งแต่แรก จำเลยเรียกร้องเอาทองคำเท่ากับที่มอบให้ผู้เสียหายไปจำนำ ส่วนเงินที่เร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5255/2534

จำเลยจับโจทก์ร่วมไปหน่วงเหนี่ยวกักขังแล้วบังคับให้เขียนจดหมายถึง พ. มารดาของโจทก์ร่วมให้โอนที่ดินที่จำนองเพื่อชำระหนี้แก่ ข. แม่ยายของจำเลยหรือจำเลยนั้น จำเลยมีเจตนาเพียงเพื่อบังคับให้มารดาโจทก์ร่วมชำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3805/2526

โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาจับคนไปเรียกค่าไถ่และข้อหากรรโชกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาจับคนไปเรียกค่าไถ่ ยกฟ้องข้อหากรรโชก โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหากรรโชกจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2517

จำเลยใช้อุบายหลอกลวงเอาตัวผู้เสียหายไป แล้วมาหามารดาของผู้เสียหายเรียกเอาเงินค่าไถ่ตัวผู้เสียหาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 วรรคแรก เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาเพื่อหากำไรด้วย จึงไม่เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7946/2568

การที่จำเลยลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายแล้ว จำเลยนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปชำระค่าบริการและค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด 7 ครั้ง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการและค่าสินค้าแต่ละครั้งเป็นคนละ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้