Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56271)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาดุลพินิจในการวางโทษ จึงเป็นฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยไม่ใช่ฎีกาข้อเท็จจริงแต่เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 61)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษีให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 71,148 ให้ปรับ 10,000 บาท มีความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด แต่จำเลยได้พยายามบรรเทาความเสียหาย แก่ผู้เสียหายบางส่วนจนพอใจไม่ติดใจเอาโทษจำเลยอีกเห็นควร วางโทษสถานเบา ให้จำคุก 14 เดือน และจำเลยมีความผิดฐาน หลบหนีไม่หยุดช่วยเหลือแจ้งเหตุตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคสอง,160 ที่แก้ไขใหม่ ให้จำคุก 2 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมสามกระทง ลงโทษจำคุก 16 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 5,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 59)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยขอให้ศาลรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1188/2536พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์นายเฉลิม งามละมัยจำเลยนายเฉลิม งามละมัย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาดุลพินิจในการวางโทษ จึงเป็นฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยไม่ใช่ฎีกาข้อเท็จจริงแต่เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 61)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษีให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 71,148 ให้ปรับ 10,000 บาท มีความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก

พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด แต่จำเลยได้พยายามบรรเทาความเสียหาย แก่ผู้เสียหายบางส่วนจนพอใจไม่ติดใจเอาโทษจำเลยอีกเห็นควร วางโทษสถานเบา ให้จำคุก 14 เดือน และจำเลยมีความผิดฐาน หลบหนีไม่หยุดช่วยเหลือแจ้งเหตุตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 วรรคสอง,160 ที่แก้ไขใหม่ ให้จำคุก 2 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมสามกระทง ลงโทษจำคุก 16 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 5,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 59)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยขอให้ศาลรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2872/2549

การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี ริบของกลางและให้จำเลยใช้เงินจำนวน 8,770,000 บาท แก่โจทก์ร่วม เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56349)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นการ ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ปัญหาข้อกฎหมายไม่ ซึ่งต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองเห็นว่า การ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56216)

ความว่า จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้องศาลชั้นต้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2556/2536

เมื่อ คกช.ตำบลวินิจฉัยตามข้อตกลงระหว่างโจทก์ผู้เช่านากับจำเลยที่ 2 ผู้รับโอนที่ดินจากผู้ให้เช่านา โดยให้จำเลยที่ 2 ขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง โจทก์จึงนำคดีมาสู่ศาลขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ขายที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57087)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาข้อเท็จจริงของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้