Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56303)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ และเมื่อพิจารณาฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.(1) เป็นการฎีกาเกี่ยวกับการแปลความหมายหรือตีความในสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย จ.3 จ.4 และ จ.5 ส่วนฎีกาในข้อ 2.(2) นั้นเป็นการฎีกาโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดกระบวนพิจารณากล่าวคือศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย จ.3 จ.4 และ จ.5 และฎีกาในข้อ 2.(3)เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่โจทก์นำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลง แก้ไขเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.5 ฎีกาของจำเลยทุกข้อดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1222 ตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรี ให้แก่โจทก์ในราคา 67,400 บาท โดยหักเงินที่จำเลยรับไปจากโจทก์แล้วออก 61,000 บาท ให้รับเงินจากโจทก์ อีก 6,400 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน40,000 บาท เมื่อหักกลบลบกับราคาที่ดินที่ยังค้างอยู่ คงเหลือค่าเสียหาย 33,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จถ้าจำเลยขัดขืน ให้เรียกเอา น.ส.3 ก. จากจำเลยเพื่อดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 111)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันไว้ต่อศาลภายใน 10 วัน ครบกำหนดจำเลยไม่วางเงินให้เสนอสำนวนเพื่อส่งศาลฎีกาพิจารณาต่อไป ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2536ทนายจำเลยได้ยื่นคำแถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว เนื่องจากในชั้นฎีกานี้จำเลยได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมชดใช้แทนครบถ้วนแล้ว และในชั้นขอทุเลาการบังคับคดีของศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ได้หาหลักประกันมาวางไว้ต่อศาลจนเป็นที่พอใจแล้ว ถ้าจำเลยแพ้คดีในชั้นฎีกา ก็สามารถจะบังคับเอาจากหลักประกันนี้ได้ ไม่น่าจะต้องมีการวางเงินกันอีกจึงขอให้ศาลฎีกาได้โปรดพิจารณา (อันดับ 114,115)คำสั่งจำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก่อนจึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1380/2536นางบุญส่ง ชัยภูมิโจทก์นางบ่วย เพ็งแพงจำเลยนางบ่วย เพ็งแพง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ และเมื่อพิจารณาฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.(1) เป็นการฎีกาเกี่ยวกับการแปลความหมายหรือตีความในสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย จ.3 จ.4 และ จ.5 ส่วนฎีกาในข้อ 2.(2) นั้นเป็นการฎีกาโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดกระบวนพิจารณากล่าวคือศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย

จ.3 จ.4 และ จ.5 และฎีกาในข้อ 2.(3)เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่โจทก์นำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลง แก้ไขเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.5 ฎีกาของจำเลยทุกข้อดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1222 ตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรี ให้แก่โจทก์ในราคา 67,400 บาท โดยหักเงินที่จำเลยรับไปจากโจทก์แล้วออก 61,000 บาท ให้รับเงินจากโจทก์ อีก 6,400 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน40,000 บาท เมื่อหักกลบลบกับราคาที่ดินที่ยังค้างอยู่ คงเหลือค่าเสียหาย 33,600 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จถ้าจำเลยขัดขืน ให้เรียกเอา น.ส.3 ก. จากจำเลยเพื่อดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 111)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันไว้ต่อศาลภายใน 10 วัน ครบกำหนดจำเลยไม่วางเงินให้เสนอสำนวนเพื่อส่งศาลฎีกาพิจารณาต่อไป ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2536ทนายจำเลยได้ยื่นคำแถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว

เนื่องจากในชั้นฎีกานี้จำเลยได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมชดใช้แทนครบถ้วนแล้ว และในชั้นขอทุเลาการบังคับคดีของศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ได้หาหลักประกันมาวางไว้ต่อศาลจนเป็นที่พอใจแล้ว ถ้าจำเลยแพ้คดีในชั้นฎีกา ก็สามารถจะบังคับเอาจากหลักประกันนี้ได้ ไม่น่าจะต้องมีการวางเงินกันอีกจึงขอให้ศาลฎีกาได้โปรดพิจารณา (อันดับ 114,115)คำสั่งจำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก่อนจึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2568

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 คดียั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2563

ในคดีมโนสาเร่ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์ไม่นำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8717/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18325/2556

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2476/2554

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 ต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม 2551 ซึ่งยังอยู่ในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยาย จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้