คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1380/2536นางบุญส่ง ชัยภูมิโจทก์นางบ่วย เพ็งแพงจำเลยนางบ่วย เพ็งแพง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ และเมื่อพิจารณาฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.(1) เป็นการฎีกาเกี่ยวกับการแปลความหมายหรือตีความในสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย จ.3 จ.4 และ จ.5 ส่วนฎีกาในข้อ 2.(2) นั้นเป็นการฎีกาโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดกระบวนพิจารณากล่าวคือศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากสัญญาจะซื้อจะขายตามเอกสารหมาย
จ.3 จ.4 และ จ.5 และฎีกาในข้อ 2.(3)เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่โจทก์นำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลง แก้ไขเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.5 ฎีกาของจำเลยทุกข้อดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1222 ตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรี ให้แก่โจทก์ในราคา 67,400 บาท โดยหักเงินที่จำเลยรับไปจากโจทก์แล้วออก 61,000 บาท ให้รับเงินจากโจทก์ อีก 6,400 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน40,000 บาท เมื่อหักกลบลบกับราคาที่ดินที่ยังค้างอยู่ คงเหลือค่าเสียหาย 33,600 บาท
พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จถ้าจำเลยขัดขืน ให้เรียกเอา น.ส.3 ก. จากจำเลยเพื่อดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 111)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันไว้ต่อศาลภายใน 10 วัน ครบกำหนดจำเลยไม่วางเงินให้เสนอสำนวนเพื่อส่งศาลฎีกาพิจารณาต่อไป ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2536ทนายจำเลยได้ยื่นคำแถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว
เนื่องจากในชั้นฎีกานี้จำเลยได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมชดใช้แทนครบถ้วนแล้ว และในชั้นขอทุเลาการบังคับคดีของศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ได้หาหลักประกันมาวางไว้ต่อศาลจนเป็นที่พอใจแล้ว ถ้าจำเลยแพ้คดีในชั้นฎีกา ก็สามารถจะบังคับเอาจากหลักประกันนี้ได้ ไม่น่าจะต้องมีการวางเงินกันอีกจึงขอให้ศาลฎีกาได้โปรดพิจารณา (อันดับ 114,115)คำสั่งจำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก่อนจึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย