Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56803)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ห้ามมิให้ฎีกาเนื่องจากทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท และการที่ศาลมีคำสั่งให้รับฎีกาจึงเป็น คำสั่งที่สั่งไปโดยผิดหลงจึงให้เพิกถอนคำสั่งเดิมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 และมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า โจทก์ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์ มีสิทธินำเอกสารหมาย ล.1 มาวินิจฉัยเป็นข้อแพ้ชนะคดีได้ หรือไม่ นอกจากนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ก็มิได้บัญญัติให้รวมถึงคดีที่ว่ากล่าวกันมา ก่อนใช้กฎหมายใหม่เพียงแต่ระบุให้ใช้เมื่อพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เท่านั้น ฉะนั้น โจทก์จึงยังคงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท และให้จำเลยรื้อถอนลวดหนามออกไปจากที่พิพาท ส่วนคำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 59)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 69)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 2 กำหนด ให้มาตรา 18 ที่ยกเลิกมาตรา 248 เดิมและ ให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เป็นกฎหมายวิธีพิจารณาว่าด้วย ข้อห้ามฎีกาในคดีแพ่ง ย่อมมีผลให้ใช้บังคับทันทีตามวันเวลาที่ กำหนดไว้ โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นคดีที่มีมาก่อนหรือหลังจากกฎหมาย แก้ไขเมื่อโจทก์ยื่นฎีกาหลังจากที่กฎหมายแก้ไขใหม่บังคับแล้ว จึงต้องบังคับตามกฎหมายที่แก้ไขแล้วที่โจทก์อ้างว่าศาลอุทธรณ์รับฟังเอกสารหมาย ล.1 ไม่ได้เพราะมิใช่ต้นฉบับนั้น แม้จะเป็นข้อกฎหมาย แต่เอกสารดังกล่าวจำเลยให้โจทก์ตรวจดูตอนตอบคำถามค้าน โจทก์รับว่าได้ทำไว้จริง กรณีเช่นนี้เป็นเรื่องที่คู่ความรับกันว่าถูกต้อง ศาลย่อมรับฟัง สำเนาเอกสารแทนต้นฉบับได้ ข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระ แก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1355/2535นายศิริ สินธุนาวาโจทก์จ่าเอกประสพศักดิ์ นาคนิยมจำเลยนายศิริ สินธุนาวา โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ห้ามมิให้ฎีกาเนื่องจากทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท และการที่ศาลมีคำสั่งให้รับฎีกาจึงเป็น คำสั่งที่สั่งไปโดยผิดหลงจึงให้เพิกถอนคำสั่งเดิมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 และมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า โจทก์ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์ มีสิทธินำเอกสารหมาย ล.1 มาวินิจฉัยเป็นข้อแพ้ชนะคดีได้ หรือไม่ นอกจากนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ก็มิได้บัญญัติให้รวมถึงคดีที่ว่ากล่าวกันมา ก่อนใช้กฎหมายใหม่เพียงแต่ระบุให้ใช้เมื่อพ้นกำหนด 60 วัน

นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เท่านั้น ฉะนั้น โจทก์จึงยังคงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท และให้จำเลยรื้อถอนลวดหนามออกไปจากที่พิพาท ส่วนคำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 59)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 69)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 2 กำหนด ให้มาตรา 18 ที่ยกเลิกมาตรา 248 เดิมและ ให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วัน

นับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เป็นกฎหมายวิธีพิจารณาว่าด้วย ข้อห้ามฎีกาในคดีแพ่ง ย่อมมีผลให้ใช้บังคับทันทีตามวันเวลาที่ กำหนดไว้ โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นคดีที่มีมาก่อนหรือหลังจากกฎหมาย แก้ไขเมื่อโจทก์ยื่นฎีกาหลังจากที่กฎหมายแก้ไขใหม่บังคับแล้ว จึงต้องบังคับตามกฎหมายที่แก้ไขแล้วที่โจทก์อ้างว่าศาลอุทธรณ์รับฟังเอกสารหมาย ล.1 ไม่ได้เพราะมิใช่ต้นฉบับนั้น แม้จะเป็นข้อกฎหมาย แต่เอกสารดังกล่าวจำเลยให้โจทก์ตรวจดูตอนตอบคำถามค้าน โจทก์รับว่าได้ทำไว้จริง กรณีเช่นนี้เป็นเรื่องที่คู่ความรับกันว่าถูกต้อง ศาลย่อมรับฟัง สำเนาเอกสารแทนต้นฉบับได้ ข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระ แก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56830)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาเป็นที่ดินพิพาทซึ่งคำนวณราคาทรัพย์ไว้ในศาลชั้นต้นไม่เกินสองแสนบาทจึงเป็นคดีที่มี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56963)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อกฎหมาย ที่ว่าโจทก์ทำสัญญาให้เช่าแทนมารดาโดยไม่มีหนังสือตั้งตัวแทน สัญญาเช่าจึงบังคับไม่ได้ ห้ามฟ้องร้องบังคับคดีนั้นเป็น ข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ฎีกานอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57193)

ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาผู้ร้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง กรณีจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขแล้ว ไม่รับฎีกาผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องในประเด็น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56962)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อทุนทรัพย์ไม่เกิน200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57192)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยที่ 2 ในส่วนข้อเท็จจริงนั้นเมื่อไม่มีการรับรองจึงต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาในส่วนปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้