Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56963)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อกฎหมาย ที่ว่าโจทก์ทำสัญญาให้เช่าแทนมารดาโดยไม่มีหนังสือตั้งตัวแทน สัญญาเช่าจึงบังคับไม่ได้ ห้ามฟ้องร้องบังคับคดีนั้นเป็น ข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ฎีกานอกนั้นเป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า การที่โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือเกี่ยวกับการตั้งตัวแทนมาลงนามในหนังสือสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจึงเป็นการขัดต่อมาตรา 538 และมาตรา 798 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงเป็นสาระสำคัญแก่คดีส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ นั้นเป็นฎีกาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้นศาลฎีกามิอาจแยกพิจารณาพิพากษาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 75)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินตามฟ้องของโจทก์และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 2,560 บาท นับแต่วันที่1 มกราคม 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์เสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 64)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่า โจทก์ทำหนังสือสัญญาเช่าที่พิพาทแทนมารดาโจทก์กับจำเลยโดยมารดาโจทก์ ไม่ได้มีหนังสือตั้งให้โจทก์เป็นตัวแทนในขณะที่ที่พิพาทยัง เป็นของมารดาโจทก์อยู่ตามเอกสารหมาย จ.2 อันจะทำให้ สัญญาเช่าดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้นั้น ย่อมมีผลทำให้จำเลย ไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่พิพาทมาแต่ต้น เมื่อโจทก์ได้รับโอนที่พิพาทจากมารดามาก่อนฟ้อง โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ดังนั้นฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่าสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.2 มารดาโจทก์ไม่ได้มีหนังสือให้โจทก์ทำแทนใช้บังคับ ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2236/2535นาวาอากาศตรีวุทธิไกร เชิดวุฒากาสโจทก์นายวิศานต์ เจริญผลพิบูลย์จำเลยนายวิศานต์ เจริญผลพิบูลย์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อกฎหมาย ที่ว่าโจทก์ทำสัญญาให้เช่าแทนมารดาโดยไม่มีหนังสือตั้งตัวแทน สัญญาเช่าจึงบังคับไม่ได้ ห้ามฟ้องร้องบังคับคดีนั้นเป็น ข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ฎีกานอกนั้นเป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า การที่โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือเกี่ยวกับการตั้งตัวแทนมาลงนามในหนังสือสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจึงเป็นการขัดต่อมาตรา 538 และมาตรา 798 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงเป็นสาระสำคัญแก่คดีส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ นั้นเป็นฎีกาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้นศาลฎีกามิอาจแยกพิจารณาพิพากษาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 75)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินตามฟ้องของโจทก์และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 2,560 บาท นับแต่วันที่1 มกราคม 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์เสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 64)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่า โจทก์ทำหนังสือสัญญาเช่าที่พิพาทแทนมารดาโจทก์กับจำเลยโดยมารดาโจทก์ ไม่ได้มีหนังสือตั้งให้โจทก์เป็นตัวแทนในขณะที่ที่พิพาทยัง เป็นของมารดาโจทก์อยู่ตามเอกสารหมาย จ.2 อันจะทำให้

สัญญาเช่าดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้นั้น ย่อมมีผลทำให้จำเลย ไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่พิพาทมาแต่ต้น เมื่อโจทก์ได้รับโอนที่พิพาทจากมารดามาก่อนฟ้อง โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ดังนั้นฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่าสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.2 มารดาโจทก์ไม่ได้มีหนังสือให้โจทก์ทำแทนใช้บังคับ ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ สุทธิประภา · อัมพร เดชศิริ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57192)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยที่ 2 ในส่วนข้อเท็จจริงนั้นเมื่อไม่มีการรับรองจึงต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาในส่วนปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57032)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อกฎหมายเมื่อราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56808)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ทุนทรัพย์ ชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56803)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ห้ามมิให้ฎีกาเนื่องจากทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท และการที่ศาลมีคำสั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56801)

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาโจทก์เป็น การโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ไม่รับฎีกาของโจท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้