Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56808)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ทุนทรัพย์ ชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 อุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา)ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ส่วนข้อกฎหมายนั้นโจทก์ก็มิได้โต้แย้งว่าไม่ได้เป็นหนี้ตามเช็คจำเลย 325,000 บาท เมื่อราคารถยนต์พิพาทเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า มีราคา 120,000 บาท ซึ่งน้อยกว่าจำนวนหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้จำเลย ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับ การวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า โจทก์ได้อุทธรณ์และฎีกาว่ารถยนต์พิพาทราคา 250,000 บาท แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตีราคา120,000 บาท เป็นการตีราคาไม่ชอบ โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนี้ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 58)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้โจทก์จำนวน85,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่ วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 54)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นหนี้จำเลย 325,000 บาท และจำเลยเป็นหนี้โจทก์เฉพาะค่ารถยนต์ที่จำเลยซื้อไปจากโจทก์จริง แต่ราคารถยนต์ที่โจทก์ ตีมาหรือที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้ ก็ยังน้อยกว่า 325,000 บาทเมื่อหักกลบกันก็ไม่มีหนี้ที่จำเลยจะต้องชดใช้คืนแก่โจทก์ฎีกาของโจทก์ทุกข้อจึงไม่เป็นสาระที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1371/2535พันโทวีระ วิริยะโกศลโจทก์นางรัตนา นิรันดรจำเลยนายสืบสุข วิสุทธิกุล ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ทุนทรัพย์ ชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 อุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา)ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ส่วนข้อกฎหมายนั้นโจทก์ก็มิได้โต้แย้งว่าไม่ได้เป็นหนี้ตามเช็คจำเลย 325,000 บาท เมื่อราคารถยนต์พิพาทเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า มีราคา 120,000 บาท ซึ่งน้อยกว่าจำนวนหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้จำเลย ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับ การวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า

โจทก์ได้อุทธรณ์และฎีกาว่ารถยนต์พิพาทราคา 250,000 บาท แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตีราคา120,000 บาท เป็นการตีราคาไม่ชอบ โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนี้ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 58)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้โจทก์จำนวน85,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่ วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 54)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นหนี้จำเลย 325,000 บาท และจำเลยเป็นหนี้โจทก์เฉพาะค่ารถยนต์ที่จำเลยซื้อไปจากโจทก์จริง แต่ราคารถยนต์ที่โจทก์ ตีมาหรือที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้ ก็ยังน้อยกว่า 325,000 บาทเมื่อหักกลบกันก็ไม่มีหนี้ที่จำเลยจะต้องชดใช้คืนแก่โจทก์ฎีกาของโจทก์ทุกข้อจึงไม่เป็นสาระที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56962)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อทุนทรัพย์ไม่เกิน200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57192)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยที่ 2 ในส่วนข้อเท็จจริงนั้นเมื่อไม่มีการรับรองจึงต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาในส่วนปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57032)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อกฎหมายเมื่อราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56803)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ห้ามมิให้ฎีกาเนื่องจากทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท และการที่ศาลมีคำสั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56801)

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาโจทก์เป็น การโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ไม่รับฎีกาของโจท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้