Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56829)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาของโจทก์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอันเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการพิจารณารวม 2 ประเด็นคือ การที่นายอุทัย สามีโจทก์ไปตกลงกับจำเลยในเรื่องค่าเสียหาย ตามบันทึกเอกสารหมาย ล.2โจทก์ไม่ได้ตั้งตัวแทนเป็นหนังสือให้สามีโจทก์ ไป ทำหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย ดังนั้นสัญญาประนีประนอมยอมความตามบันทึกเอกสารหมาย ล.2จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ เงินที่สามีโจทก์รับจากจำเลยในวันทำบันทึกถือเป็นการจ่ายให้ตามศีลธรรมเพื่อบรรเทาความเสียหาย เท่านั้น และการกระทำของสามีโจทก์จะถือเป็นตัวแทนเชิดไม่ได้ เพราะโจทก์ยังบาดเจ็บสาหัสไม่อยู่ในภาวะที่จะให้ความยินยอม หรือรับรู้ในการนั้นได้ ทั้งโจทก์มิได้ให้สัตยาบันแก่การตกลงนั้น หนี้อันเกิดจากการละเมิดจึงไม่ระงับ ชอบที่โจทก์จะเรียกร้อง ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายนอกเหนือจากบันทึกข้อตกลง ตามเอกสารหมาย ล.2 ได้หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 170,427 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน51,927 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 84)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งฎีกาโจทก์ในปัญหาเรื่องการตั้งตัวแทนไปทำสัญญาประนีประนอม กับจำเลยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่ และที่สามีโจทก์ ไปตกลงรับค่าเสียหายจากจำเลยนั้นเป็นตัวแทนเชิดหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ให้ รับ ฎีกา ของโจทก์และดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1590/2535นางอินทิรา แก้วมณีโจทก์นางสุนันท์ ศรีนวลจำเลยนางอินทิรา แก้วมณี โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาของโจทก์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอันเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการพิจารณารวม 2 ประเด็นคือ การที่นายอุทัย สามีโจทก์ไปตกลงกับจำเลยในเรื่องค่าเสียหาย ตามบันทึกเอกสารหมาย ล.2โจทก์ไม่ได้ตั้งตัวแทนเป็นหนังสือให้สามีโจทก์ ไป ทำหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย ดังนั้นสัญญาประนีประนอมยอมความตามบันทึกเอกสารหมาย ล.2จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ เงินที่สามีโจทก์รับจากจำเลยในวันทำบันทึกถือเป็นการจ่ายให้ตามศีลธรรมเพื่อบรรเทาความเสียหาย เท่านั้น และการกระทำของสามีโจทก์จะถือเป็นตัวแทนเชิดไม่ได้

เพราะโจทก์ยังบาดเจ็บสาหัสไม่อยู่ในภาวะที่จะให้ความยินยอม หรือรับรู้ในการนั้นได้ ทั้งโจทก์มิได้ให้สัตยาบันแก่การตกลงนั้น หนี้อันเกิดจากการละเมิดจึงไม่ระงับ ชอบที่โจทก์จะเรียกร้อง ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายนอกเหนือจากบันทึกข้อตกลง ตามเอกสารหมาย ล.2 ได้หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 170,427 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน51,927 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 84)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งฎีกาโจทก์ในปัญหาเรื่องการตั้งตัวแทนไปทำสัญญาประนีประนอม กับจำเลยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่ และที่สามีโจทก์ ไปตกลงรับค่าเสียหายจากจำเลยนั้นเป็นตัวแทนเชิดหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ให้ รับ ฎีกา ของโจทก์และดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ประมาณ ชันซื่อ · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56958)

ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดี มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองข้อเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงต้องห้ามต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57033)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่าโจทก์หรือจำเลยมีสิทธิครอบครองท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้