คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1590/2535นางอินทิรา แก้วมณีโจทก์นางสุนันท์ ศรีนวลจำเลยนางอินทิรา แก้วมณี โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาของโจทก์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอันเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการพิจารณารวม 2 ประเด็นคือ การที่นายอุทัย สามีโจทก์ไปตกลงกับจำเลยในเรื่องค่าเสียหาย ตามบันทึกเอกสารหมาย ล.2โจทก์ไม่ได้ตั้งตัวแทนเป็นหนังสือให้สามีโจทก์ ไป ทำหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย ดังนั้นสัญญาประนีประนอมยอมความตามบันทึกเอกสารหมาย ล.2จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ เงินที่สามีโจทก์รับจากจำเลยในวันทำบันทึกถือเป็นการจ่ายให้ตามศีลธรรมเพื่อบรรเทาความเสียหาย เท่านั้น และการกระทำของสามีโจทก์จะถือเป็นตัวแทนเชิดไม่ได้
เพราะโจทก์ยังบาดเจ็บสาหัสไม่อยู่ในภาวะที่จะให้ความยินยอม หรือรับรู้ในการนั้นได้ ทั้งโจทก์มิได้ให้สัตยาบันแก่การตกลงนั้น หนี้อันเกิดจากการละเมิดจึงไม่ระงับ ชอบที่โจทก์จะเรียกร้อง ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายนอกเหนือจากบันทึกข้อตกลง ตามเอกสารหมาย ล.2 ได้หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 170,427 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จศาลอุทธรณ์ภาค 2
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน51,927 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 84)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88)คำสั่งฎีกาโจทก์ในปัญหาเรื่องการตั้งตัวแทนไปทำสัญญาประนีประนอม กับจำเลยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่ และที่สามีโจทก์ ไปตกลงรับค่าเสียหายจากจำเลยนั้นเป็นตัวแทนเชิดหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ให้ รับ ฎีกา ของโจทก์และดำเนินการต่อไป