Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56834)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงฎีกาข้อ 3.2 เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 3.1แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยคดีของโจทก์และเชื่อว่าที่ดินพิพาทยังเป็นทรัพย์มรดกของนายมิ่งอยู่จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1599 และมาตรา 1600 มีผลให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายในประเด็นเดียวกัน ซึ่งเป็นสาระสำคัญแก่คดีอาจเป็นผลให้คดีแพ้ชนะกันได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการออกหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 30ตำบลพิกุลอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ โดยถอนชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากการเป็นเจ้าของรวมและให้จำเลยที่ 2ในฐานะผู้จัดการมรดก นำที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ดังกล่าวแบ่งให้แก่ทายาททุกคน หากแบ่งไม่ได้ขอให้นำที่ดิน ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วนศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 82)ทนายโจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88,4)คำสั่งคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทส่วนที่จำเลยที่ 1 มี ชื่อ เป็นเจ้าของรวมใน น.ส.3 ตามฟ้อง เป็น ทรัพย์มรดก ของ เป็นทรัพย์มรดกของนายมิ่ง ขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 1 ออกจาก น.ส.3 แล้วนำที่ดินพิพาทมาแบ่งปันให้แก่ทายาทของนายมิ่งศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่านายมิ่งยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว ซึ่งก็เท่ากับวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนายมิ่งนั่นเอง ฎีกาของโจทก์ทั้ง ข้อ 3.1และข้อ 3.2 ล้วนแต่ขอให้รับฟังว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายมิ่งจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1605/2535นางจำปา อิ่มเขียนโจทก์นางก้อนดิน พานทวีป กับพวกจำเลยนายพินิจ แจ้งจิต ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงฎีกาข้อ 3.2 เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 3.1แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยคดีของโจทก์และเชื่อว่าที่ดินพิพาทยังเป็นทรัพย์มรดกของนายมิ่งอยู่จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1599 และมาตรา 1600 มีผลให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายในประเด็นเดียวกัน ซึ่งเป็นสาระสำคัญแก่คดีอาจเป็นผลให้คดีแพ้ชนะกันได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการออกหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 30ตำบลพิกุลอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ โดยถอนชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากการเป็นเจ้าของรวมและให้จำเลยที่ 2ในฐานะผู้จัดการมรดก นำที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ดังกล่าวแบ่งให้แก่ทายาททุกคน หากแบ่งไม่ได้ขอให้นำที่ดิน ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วนศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 82)ทนายโจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 88,4)คำสั่งคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทส่วนที่จำเลยที่ 1 มี ชื่อ เป็นเจ้าของรวมใน น.ส.3 ตามฟ้อง เป็น ทรัพย์มรดก ของ เป็นทรัพย์มรดกของนายมิ่ง ขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 1 ออกจาก น.ส.3 แล้วนำที่ดินพิพาทมาแบ่งปันให้แก่ทายาทของนายมิ่งศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่านายมิ่งยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว ซึ่งก็เท่ากับวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนายมิ่งนั่นเอง ฎีกาของโจทก์ทั้ง ข้อ 3.1และข้อ 3.2 ล้วนแต่ขอให้รับฟังว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายมิ่งจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สะสม สิริเจริญสุข · บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56846)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ที่ดินพิพาทตามฟ้องมีราคา 5,000 บาท แม้โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน แต่ที่ดินพิพาทโดยสภาพย่อมไม่อาจให้เช่าได้เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57084)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นการฎีกา ในข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248(แก้ไขใหม่)จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่าตามลักษณะการขนของรถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้