Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56837)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในลักษณะข้อกฎหมาย แต่ เป็น การให้รับฟังข้อเท็จจริงที่ฝ่าฝืนกับคำพิพากษา ของศาลแรงงานกลาง เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ทุกข้อของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ในประเด็นข้อ 5.1 เป็นปัญหาการปรับบทกฎหมายว่าจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่ จึง เป็นการอุทธรณ์ ในปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ข้อ 5.2 ปัญหา ว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดหรือไม่หรือผิดสัญญากับโจทก์หรือไม่เป็นปัญหาปรับบทกฎหมายเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกัน ส่วนอุทธรณ์ข้อ 5.3 นั้นปัญหาว่าศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกพยานหลักฐานในสำนวนและนอกประเด็นอันไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายและอุทธรณ์ของโจทก์ประการสุดท้ายสำหรับจำเลยที่ 2 นั้นโจทก์อุทธรณ์เพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้น จำเลยที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือเป็นการประพฤติผิดสัญญาจ้างหรือไม่ ทั้งอุทธรณ์ในปัญหาการตีความคำฟ้อง คำให้การ และระเบียบข้อบังคับของโจทก์ว่าจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่ ล้วนเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ฉบับลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 231)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์จำนวน 2,020,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินต้นจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง(วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 227)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 229)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าการที่คณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ให้สัตยาบันแก่การกระทำของจำเลยที่ 1 ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 จงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำผิดตามระเบียบของโจทก์ และฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ร่วมรู้เห็นกับจำเลยที่ 1ในการที่จะทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินของโจทก์ที่พัทยาโดยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือมติของคณะกรรมการดังกล่าวจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อโต้แย้งคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1608/2535ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัดโจทก์นายธีรวิทย์ คุณทรัพย์ กับพวกจำเลยชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อเป็นอุทธรณ์ในลักษณะข้อกฎหมาย แต่ เป็น การให้รับฟังข้อเท็จจริงที่ฝ่าฝืนกับคำพิพากษา ของศาลแรงงานกลาง เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์ทุกข้อของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ในประเด็นข้อ 5.1 เป็นปัญหาการปรับบทกฎหมายว่าจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่ จึง เป็นการอุทธรณ์ ในปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ข้อ 5.2 ปัญหา ว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดหรือไม่หรือผิดสัญญากับโจทก์หรือไม่เป็นปัญหาปรับบทกฎหมายเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกัน

ส่วนอุทธรณ์ข้อ 5.3 นั้นปัญหาว่าศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกพยานหลักฐานในสำนวนและนอกประเด็นอันไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายและอุทธรณ์ของโจทก์ประการสุดท้ายสำหรับจำเลยที่ 2 นั้นโจทก์อุทธรณ์เพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้น จำเลยที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือเป็นการประพฤติผิดสัญญาจ้างหรือไม่ ทั้งอุทธรณ์ในปัญหาการตีความคำฟ้อง คำให้การ และระเบียบข้อบังคับของโจทก์ว่าจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่ ล้วนเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ฉบับลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 231)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์จำนวน 2,020,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินต้นจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง(วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 227)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 229)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าการที่คณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ให้สัตยาบันแก่การกระทำของจำเลยที่ 1 ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 จงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำผิดตามระเบียบของโจทก์ และฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ร่วมรู้เห็นกับจำเลยที่ 1ในการที่จะทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินของโจทก์ที่พัทยาโดยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือมติของคณะกรรมการดังกล่าวจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อโต้แย้งคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพัฒน์ อุชุภาพ · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้