Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56841)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีที่ศาลชั้นต้นปฏิเสธที่จะส่งสำนวนไปให้ผู้พิพากษาผู้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ อย่างไรก็ตามเพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็ว เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาแล้วศาลฎีกาเห็นสมควรที่จะสั่งคำร้องของจำเลยไปทีเดียว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคท้ายที่แก้ไขใหม่ การขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ ให้ผู้ฎีกายื่นคำร้องถึงผู้พิพากษานั้นพร้อมกับคำร้องฎีกา จำเลยยื่นคำร้องเข้ามาภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงเป็นการยื่นคำร้องขัดต่อบทบัญญัติมาตราดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ความว่า

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยยื่นคำร้องขอให้รับรองฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงหลังจากพ้นอายุฎีกาแล้ว แม้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนจะได้รับรองให้ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงได้ ก็ไม่อาจรับฎีกาของจำเลย กรณีไม่จำต้องส่งคำร้องนี้ให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนพิจารณาสั่ง จึงยกคำร้องจำเลยเห็นว่า

จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 4 มีนาคม 2535 ขอขยายเวลายื่นฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ขยายเวลายื่นฎีกาออกไปมีกำหนด 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดยื่นฎีกาในวันที่ 12 มีนาคม 2535 การที่จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 11 มีนาคม 2535 ขอให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงอยู่ภายในกำหนดอายุฎีกา และฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยเป็นสาระสำคัญมีผลแพ้ชนะในคดี โปรดมีคำสั่งให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนรับรองฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 100 แผ่นที่ 2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 84)จำเลยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 88)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ศาลชั้นต้นปฏิเสธที่จะส่งสำนวนไปให้ผู้พิพากษาผู้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ อย่างไรก็ตามเพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็ว เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาแล้ว สมควรที่จะสั่งคำร้องของจำเลยไปทีเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคท้ายที่แก้ไขใหม่ การขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ ให้ผู้ฎีกายื่นคำร้องถึงผู้พิพากษานั้น พร้อมกับคำฟ้องฎีกา จำเลยยื่นคำร้องเข้ามาภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงเป็นการยื่นคำร้องขัดต่อบทบัญญัติมาตราดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้