คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1954/2535นายทองดี ขอนแก่นโจทก์นายไพรุณหรือไพรุณย์หรือไพรรุณ มาตรทองจำเลยนายไพรุณ มาตรทอง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 247ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ต่อมาสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมและสั่งใหม่เป็นว่าจำเลยยื่นฎีกาพ้นกำหนดแล้วจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า กำหนดระยะเวลา 1 เดือนที่ให้ยื่นฎีกาได้นั้น ต้องคิดเป็น 30 วัน และเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2535 นี้มี 29 วัน เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 จึงครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 18 มีนาคม 2535 ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธิยื่นฎีกาในวันที่ 18 มีนาคม 2535 ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 92)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)
เลขที่ 909 เล่ม 10 ก.หน้า 9 เลขที่ 32 หมายเลข 4936 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสนจังหวัดนครปฐม ให้แก่โจทก์และรับชำระเงินส่วนที่ค้างจำนวน 9,490 บาท ที่โจทก์วางไว้ ณ สำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 7 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา ของจำเลยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535จำเลยฎีกา ลงวันที่ 18 มีนาคม 2535 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78,81 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าขึ้นศาลมา 200 บาท(อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งในชั้นอุทธรณ์แล้วนั้น ให้ยื่นฎีกาได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์นั้น"
คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์2535 วันสุดท้ายที่จำเลยจะยื่นฎีกาได้คือวันที่ 17 มีนาคม 2535ซึ่งเป็นวันครบกำหนดหนึ่งเดือนตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว โดยไม่ต้องคำนึงว่าเดือนหนึ่งจะมีกี่วัน เมื่อจำเลยยื่นฎีกา ในวันที่ 18 มีนาคม 2535 จึงไม่ได้ยื่นภายในกำหนดหนึ่งเดือน ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องที่เกินมา 160 บาทให้จำเลย