Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56868)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ต่อมาสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมและสั่งใหม่เป็นว่าจำเลยยื่นฎีกาพ้นกำหนดแล้วจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า กำหนดระยะเวลา 1 เดือนที่ให้ยื่นฎีกาได้นั้น ต้องคิดเป็น 30 วัน และเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2535 นี้มี 29 วัน เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 จึงครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 18 มีนาคม 2535 ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธิยื่นฎีกาในวันที่ 18 มีนาคม 2535 ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 92)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 909 เล่ม 10 ก.หน้า 9 เลขที่ 32 หมายเลข 4936 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสนจังหวัดนครปฐม ให้แก่โจทก์และรับชำระเงินส่วนที่ค้างจำนวน 9,490 บาท ที่โจทก์วางไว้ ณ สำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 7 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา ของจำเลยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535จำเลยฎีกา ลงวันที่ 18 มีนาคม 2535 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78,81 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าขึ้นศาลมา 200 บาท(อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งในชั้นอุทธรณ์แล้วนั้น ให้ยื่นฎีกาได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์นั้น" คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์2535 วันสุดท้ายที่จำเลยจะยื่นฎีกาได้คือวันที่ 17 มีนาคม 2535ซึ่งเป็นวันครบกำหนดหนึ่งเดือนตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว โดยไม่ต้องคำนึงว่าเดือนหนึ่งจะมีกี่วัน เมื่อจำเลยยื่นฎีกา ในวันที่ 18 มีนาคม 2535 จึงไม่ได้ยื่นภายในกำหนดหนึ่งเดือน ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องที่เกินมา 160 บาทให้จำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1954/2535นายทองดี ขอนแก่นโจทก์นายไพรุณหรือไพรุณย์หรือไพรรุณ มาตรทองจำเลยนายไพรุณ มาตรทอง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ต่อมาสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมและสั่งใหม่เป็นว่าจำเลยยื่นฎีกาพ้นกำหนดแล้วจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า กำหนดระยะเวลา 1 เดือนที่ให้ยื่นฎีกาได้นั้น ต้องคิดเป็น 30 วัน และเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2535 นี้มี 29 วัน เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 จึงครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 18 มีนาคม 2535 ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธิยื่นฎีกาในวันที่ 18 มีนาคม 2535 ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 92)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เลขที่ 909 เล่ม 10 ก.หน้า 9 เลขที่ 32 หมายเลข 4936 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสนจังหวัดนครปฐม ให้แก่โจทก์และรับชำระเงินส่วนที่ค้างจำนวน 9,490 บาท ที่โจทก์วางไว้ ณ สำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 7 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา ของจำเลยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535จำเลยฎีกา ลงวันที่ 18 มีนาคม 2535 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78,81 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าขึ้นศาลมา 200 บาท(อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งในชั้นอุทธรณ์แล้วนั้น ให้ยื่นฎีกาได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์นั้น"

คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์2535 วันสุดท้ายที่จำเลยจะยื่นฎีกาได้คือวันที่ 17 มีนาคม 2535ซึ่งเป็นวันครบกำหนดหนึ่งเดือนตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว โดยไม่ต้องคำนึงว่าเดือนหนึ่งจะมีกี่วัน เมื่อจำเลยยื่นฎีกา ในวันที่ 18 มีนาคม 2535 จึงไม่ได้ยื่นภายในกำหนดหนึ่งเดือน ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องที่เกินมา 160 บาทให้จำเลย

Matter details

Panel of judges
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 704041)

คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภคย่อมเป็นที่สุด ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 49 วรรคสอง แต่คู่ความอาจขออนุญาตฎีกาได้ โดยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกามาพร้อมกับคำฟ้องฎีก…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 713892)

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ถือว่าเป็นคำฟ้องที่ยื่นภายหลังจากที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาค…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 706445)

การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา และขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนั้น แล้วให้ศาลชั้นต้นรีบส่งคำร้…

Supreme Court Judgment No. 3139/2567

ตามระเบียบของผู้ร้องกำหนดให้การลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหรือแต่งตั้งทนายความ ต้องประทับตราผู้ร้อง และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้องมีมติมอบ…

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up