Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56879)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 3 ซึ่งเป็น ปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาข้ออื่นซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2ที่ว่า การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหายและ ประเด็นข้อพิพาทข้อ 3 ที่ว่า ค่าเสียหายมีเพียงใดนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99 แผ่นที่ 4)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 163,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (7 มิถุนายน 2532) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 86)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อ 4 และข้อ 5 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา เว้นแต่ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้งหรือผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นก็ดี ศาลอุทธรณ์ก็ดีได้รับรองไว้หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควร ที่จะฎีกาได้ ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านี้ ต้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาเป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248เมื่อผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นไม่รับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ และศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในข้อเท็จจริงของจำเลยดังกล่าวแล้ว จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ให้ยกคำร้อง อนึ่ง จำเลยเสียค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาเกินมา 160 บาท จึงให้คืนแก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2025/2535นางศรีมัย พุทธาโจทก์บริษัท103 อินเทลลิเจ้นท์ จำกัดจำเลยบริษัท103 อินเทลลิเจ้นท์ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 3 ซึ่งเป็น ปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาข้ออื่นซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2ที่ว่า การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหายและ ประเด็นข้อพิพาทข้อ 3 ที่ว่า ค่าเสียหายมีเพียงใดนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99 แผ่นที่ 4)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 163,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (7 มิถุนายน 2532) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 86)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อ 4 และข้อ 5 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา เว้นแต่ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้งหรือผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นก็ดี ศาลอุทธรณ์ก็ดีได้รับรองไว้หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควร ที่จะฎีกาได้ ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านี้

ต้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาเป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248เมื่อผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นไม่รับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ และศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในข้อเท็จจริงของจำเลยดังกล่าวแล้ว จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ให้ยกคำร้อง

อนึ่ง จำเลยเสียค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาเกินมา 160 บาท จึงให้คืนแก่จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้