Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56879)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 3 ซึ่งเป็น ปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาข้ออื่นซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2ที่ว่า การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหายและ ประเด็นข้อพิพาทข้อ 3 ที่ว่า ค่าเสียหายมีเพียงใดนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99 แผ่นที่ 4)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 163,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (7 มิถุนายน 2532) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 86)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อ 4 และข้อ 5 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา เว้นแต่ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้งหรือผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นก็ดี ศาลอุทธรณ์ก็ดีได้รับรองไว้หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควร ที่จะฎีกาได้ ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านี้ ต้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาเป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248เมื่อผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นไม่รับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ และศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในข้อเท็จจริงของจำเลยดังกล่าวแล้ว จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ให้ยกคำร้อง อนึ่ง จำเลยเสียค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาเกินมา 160 บาท จึงให้คืนแก่จำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2025/2535นางศรีมัย พุทธาโจทก์บริษัท103 อินเทลลิเจ้นท์ จำกัดจำเลยบริษัท103 อินเทลลิเจ้นท์ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 3 ซึ่งเป็น ปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาข้ออื่นซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อพิพาทข้อ 2ที่ว่า การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหายและ ประเด็นข้อพิพาทข้อ 3 ที่ว่า ค่าเสียหายมีเพียงใดนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้วินิจฉัยต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99 แผ่นที่ 4)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 163,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (7 มิถุนายน 2532) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 86)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อ 4 และข้อ 5 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา เว้นแต่ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้งหรือผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นก็ดี ศาลอุทธรณ์ก็ดีได้รับรองไว้หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควร ที่จะฎีกาได้ ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านี้

ต้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาเป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248เมื่อผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นไม่รับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ และศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในข้อเท็จจริงของจำเลยดังกล่าวแล้ว จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ให้ยกคำร้อง

อนึ่ง จำเลยเสียค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาเกินมา 160 บาท จึงให้คืนแก่จำเลย

Matter details

Panel of judges
เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up