Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56996)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ฉบับแก้ไขใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม2534 เป็นต้นไป แต่คดีนี้สู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่19 มิถุนายน 2530 จึงนำกฎหมายฉบับแก้ไขใหม่มาใช้บังคับไม่ได้และฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อโจทก์มีส่วนในความประมาท จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้องของโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งห้าได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 143 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 40,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 135)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 139)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 15มกราคม 2535 อันเป็นเวลาภายหลังที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 17)มีผลบังคับแล้ว เมื่อปรากฏว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์ 54,850 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินแก่โจทก์40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน กรณีจะต้องห้ามฎีกาหรือไม่ย่อมต้องถือตามกฎหมายที่มีผลบังคับอยู่ในขณะที่ยื่นฎีกานั้นเป็นสำคัญดังนั้นเมื่อคดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท และฎีกาของจำเลยที่ 2 ล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามฎีกาตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2394/2535นางจารุณี วงศ์สกุลวิวัฒน์ กับพวกโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดหาญกิติชัย กับพวกจำเลยนายสมบูรณ์ หาญกิติวัธน์ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ฉบับแก้ไขใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม2534 เป็นต้นไป แต่คดีนี้สู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่19 มิถุนายน 2530 จึงนำกฎหมายฉบับแก้ไขใหม่มาใช้บังคับไม่ได้และฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า

เมื่อโจทก์มีส่วนในความประมาท จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้องของโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งห้าได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 143 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 40,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 135)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 139)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 15มกราคม 2535 อันเป็นเวลาภายหลังที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 17)มีผลบังคับแล้ว เมื่อปรากฏว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์ 54,850 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินแก่โจทก์40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน กรณีจะต้องห้ามฎีกาหรือไม่ย่อมต้องถือตามกฎหมายที่มีผลบังคับอยู่ในขณะที่ยื่นฎีกานั้นเป็นสำคัญดังนั้นเมื่อคดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท และฎีกาของจำเลยที่ 2 ล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามฎีกาตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้