Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56996)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ฉบับแก้ไขใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม2534 เป็นต้นไป แต่คดีนี้สู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่19 มิถุนายน 2530 จึงนำกฎหมายฉบับแก้ไขใหม่มาใช้บังคับไม่ได้และฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อโจทก์มีส่วนในความประมาท จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้องของโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งห้าได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 143 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 40,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 135)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 139)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 15มกราคม 2535 อันเป็นเวลาภายหลังที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 17)มีผลบังคับแล้ว เมื่อปรากฏว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์ 54,850 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินแก่โจทก์40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน กรณีจะต้องห้ามฎีกาหรือไม่ย่อมต้องถือตามกฎหมายที่มีผลบังคับอยู่ในขณะที่ยื่นฎีกานั้นเป็นสำคัญดังนั้นเมื่อคดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท และฎีกาของจำเลยที่ 2 ล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามฎีกาตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2394/2535นางจารุณี วงศ์สกุลวิวัฒน์ กับพวกโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดหาญกิติชัย กับพวกจำเลยนายสมบูรณ์ หาญกิติวัธน์ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ฉบับแก้ไขใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม2534 เป็นต้นไป แต่คดีนี้สู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่19 มิถุนายน 2530 จึงนำกฎหมายฉบับแก้ไขใหม่มาใช้บังคับไม่ได้และฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า

เมื่อโจทก์มีส่วนในความประมาท จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้องของโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งห้าได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 143 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 40,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 135)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 139)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 15มกราคม 2535 อันเป็นเวลาภายหลังที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 17)มีผลบังคับแล้ว เมื่อปรากฏว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์ 54,850 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินแก่โจทก์40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน กรณีจะต้องห้ามฎีกาหรือไม่ย่อมต้องถือตามกฎหมายที่มีผลบังคับอยู่ในขณะที่ยื่นฎีกานั้นเป็นสำคัญดังนั้นเมื่อคดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท และฎีกาของจำเลยที่ 2 ล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามฎีกาตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร · สนัด หมายสวัสดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up