Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57007)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 เป็นหลักฐานแห่ง การกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1ฟังว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ จึงเป็นการฟังพยานหลักฐานผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 80,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 2 ชำระแทนจนครบจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 63)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่งโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามลำดับในเอกสารหมาย จ.1 จ.2โจทก์จึงใช้เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ตามกฎหมาย การแปลความว่าใช้ไม่ได้ เป็นการโต้แย้งกันในปัญหาข้อกฎหมาย นั้น เห็นว่าศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามลำดับในเอกสาร ดังกล่าวจริง แต่โจทก์ได้เขียนข้อความในเอกสารดังกล่าวเพิ่ม จำนวนเงินกู้ผิดไปจากจำนวนเดิม โดยฝ่าฝืนเจตนาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ศาลล่างทั้งสองฟัง ข้อเท็จจริงว่าเอกสารปลอม โจทก์จะโต้แย้งว่าไม่ปลอม โจทก์จะ ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ เป็นการฎีกาโต้แย้งใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2425/2535นายเจริญ ชาบัญโจทก์นางสุพิน มาตะวงศ์ กับพวกจำเลยนายเจริญ ชาบัญ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 เป็นหลักฐานแห่ง การกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1ฟังว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ จึงเป็นการฟังพยานหลักฐานผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน120,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 80,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 2 ชำระแทนจนครบจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 63)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่งโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามลำดับในเอกสารหมาย จ.1 จ.2โจทก์จึงใช้เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ตามกฎหมาย การแปลความว่าใช้ไม่ได้ เป็นการโต้แย้งกันในปัญหาข้อกฎหมาย นั้น เห็นว่าศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามลำดับในเอกสาร ดังกล่าวจริง แต่โจทก์ได้เขียนข้อความในเอกสารดังกล่าวเพิ่ม จำนวนเงินกู้ผิดไปจากจำนวนเดิม โดยฝ่าฝืนเจตนาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ศาลล่างทั้งสองฟัง ข้อเท็จจริงว่าเอกสารปลอม โจทก์จะโต้แย้งว่าไม่ปลอม โจทก์จะ ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ เป็นการฎีกาโต้แย้งใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้