Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57007)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 เป็นหลักฐานแห่ง การกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1ฟังว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ จึงเป็นการฟังพยานหลักฐานผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 80,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 2 ชำระแทนจนครบจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 63)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่งโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามลำดับในเอกสารหมาย จ.1 จ.2โจทก์จึงใช้เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ตามกฎหมาย การแปลความว่าใช้ไม่ได้ เป็นการโต้แย้งกันในปัญหาข้อกฎหมาย นั้น เห็นว่าศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามลำดับในเอกสาร ดังกล่าวจริง แต่โจทก์ได้เขียนข้อความในเอกสารดังกล่าวเพิ่ม จำนวนเงินกู้ผิดไปจากจำนวนเดิม โดยฝ่าฝืนเจตนาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ศาลล่างทั้งสองฟัง ข้อเท็จจริงว่าเอกสารปลอม โจทก์จะโต้แย้งว่าไม่ปลอม โจทก์จะ ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ เป็นการฎีกาโต้แย้งใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2425/2535นายเจริญ ชาบัญโจทก์นางสุพิน มาตะวงศ์ กับพวกจำเลยนายเจริญ ชาบัญ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า เอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 เป็นหลักฐานแห่ง การกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1ฟังว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ จึงเป็นการฟังพยานหลักฐานผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน120,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 80,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 2 ชำระแทนจนครบจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 63)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66)คำสั่งโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามลำดับในเอกสารหมาย จ.1 จ.2โจทก์จึงใช้เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ตามกฎหมาย การแปลความว่าใช้ไม่ได้ เป็นการโต้แย้งกันในปัญหาข้อกฎหมาย นั้น เห็นว่าศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้และผู้ค้ำประกันตามลำดับในเอกสาร ดังกล่าวจริง แต่โจทก์ได้เขียนข้อความในเอกสารดังกล่าวเพิ่ม จำนวนเงินกู้ผิดไปจากจำนวนเดิม โดยฝ่าฝืนเจตนาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ศาลล่างทั้งสองฟัง ข้อเท็จจริงว่าเอกสารปลอม โจทก์จะโต้แย้งว่าไม่ปลอม โจทก์จะ ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้ เป็นการฎีกาโต้แย้งใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up