คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2858/2535นายลือเกียรติ วงศ์รัมยพงศ์โจทก์บริษัทเอ็มบีเค พร็อพเพอร์ตี้ส์ แอนด์ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด กับพวกจำเลยนายลือเกียรติ วงศ์รัมยพงศ์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 ป.วิ.พ. ม. 225ความว่า
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าศาลแรงงานกลางได้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยถูกต้องตามรายงาน กระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 12 มิถุนายน 2535 โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้อุทธรณ์ของโจทก์จะเป็นข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นการอุทธรณ์โต้เถียงว่าศาลแรงงานกลางจดรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่12 มิถุนายน 2535 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ ไม่ยอมจดบันทึกข้อเท็จจริงตามที่โจทก์แถลง แต่กลับจดบันทึกข้อเท็จจริงนอกไป จากคำแถลงของโจทก์ และคำแถลงของโจทก์จะทำให้ศาลแรงงานกลาง วินิจฉัยได้ว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์แล้วหรือไม่ อุทธรณ์ ดังกล่าวจึงเป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
โปรดรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงคัดค้าน (อันดับ 45)โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มี ความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างจ่ายและค่าเสียหาย พร้อมด้วยเงินเพิ่มและ ดอกเบี้ยแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 39)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ใบลาของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.3 ซึ่งมีข้อความโดยสำคัญว่า โจทก์ขอลาออกประสงค์ จะไปประกอบธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2535โจทก์ ยินดีลาออกและได้รับเงินช่วยเหลือ 3.5 เท่าของเงินเดือน โจทก์ โจทก์เขียนใบลาออกดังกล่าวให้จำเลย จำเลยได้อนุมัติให้ โจทก์ลาออกได้ ส่วนการพูดคุยระหว่างโจทก์และผู้อำนวยการ ฝ่ายกฎหมายของจำเลยหรือระหว่างโจทก์และผู้จัดการฝ่ายบุคคล ของจำเลยนั้นเป็นการพูดเพื่อจะตกลงกันมิใช่เป็นการบอกเลิก การจ้าง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ลาออกจากงานพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางไม่ยอมจดบันทึกข้อเท็จจริง จากที่โจทก์แถลงกลับจดนอกไปจากคำแถลงของโจทก์ คำแถลงของ โจทก์ จะทำให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยได้ว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ แล้วหรือไม่ อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควร ได้รับการวินิจฉัยนั้น เห็นว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ลาออกจากงานก็โดยอาศัยพยานหลักฐาน คือใบลาออกจากงานของ โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.3 มิได้อาศัยคำแถลงตามที่ โจทก์โต้แย้งคัดค้านข้อเท็จจริงไว้ซึ่งศาลแรงงานกลางจะแก้ไข ให้โจทก์หรือไม่ก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงอุทธรณ์ของ โจทก์แม้จะเป็นข้อกฎหมายแต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับ การวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง