Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57066)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ในวันนัดไต่สวนคำร้องศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่ 1 ไม่สาบานตนว่าเป็นคนยากจนก่อนที่จะมีการไต่สวน คำร้อง จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ยากจนจริง ให้ยกคำร้อง ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาของจำเลยที่ 1หากจำเลยที่ 1 ประสงค์จะฎีกาให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาชำระใน 15 วันจำเลยที่ 1 เห็นว่า ในวันนัดไต่สวนคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถานั้นทนายจำเลยที่ 1 ได้ขอเลื่อนคดีโดยมีเหตุที่ไม่สามารถไปศาลได้ และการที่จำเลยที่ 1 ไม่สาบานตนว่าเป็นคนยากจน ในวันนัดไต่สวนคำร้องเนื่องจากถึงวันนัดมีการขอเลื่อนคดี จำเลยที่ 1 จึงไม่ไปศาล การที่ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนคำร้องก่อนโดยวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ไม่เป็นคนยากจนย่อมไม่ชอบ เพราะจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้ว โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1 ต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 214)ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 7,617,368.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 5,226,693 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดชอบกับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 109,164.38 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียวกับของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 186,292 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตรพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 146,147,462,2061 และ 2063 ตำบลไผ่ท่าโพอำเภอโพธิ์ประทับข้าง จังหวัดพิจิตร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ หากไม่ครบให้ยึดทรัพย์สินอื่น ของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน ต่อไป แต่ทั้งนี้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าจำนวนข้างต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาโดยขอเลื่อนการสาบานตัวไปในวันนัดไต่สวนคำร้อง ศาลชั้นต้นอนุญาต พอถึงวันนัดทนายจำเลยขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 193,194,206)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 207)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้เลื่อนการสาบานตัวให้คำชี้แจงว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าฤชาธรรมเนียมศาลต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลออกไปใน วันนัดไต่สวนวันที่ 20 เมษายน 2535 แล้ว แต่ครั้นถึงวันนัด ดังกล่าวจำเลยที่ 1 กลับไม่มาสาบานตัว และทนายจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนออกไป พฤติการณ์ดังกล่าวแสดง ให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะประวิงคดี เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนและถือว่าจำเลยที่ 1 ไม่มาสาบานตัวดังกล่าว ให้ ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ในชั้นฎีกาของจำเลยที่ 1 นั้นย่อมชอบแล้ว จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 1 ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็ให้ จำเลยที่ 1 นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2911/2535ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์นายยงยุทธ เหลืองสว่าง กับพวกจำเลยนายยงยุทธ เหลืองสว่าง จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ในวันนัดไต่สวนคำร้องศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่ 1 ไม่สาบานตนว่าเป็นคนยากจนก่อนที่จะมีการไต่สวน คำร้อง จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ยากจนจริง ให้ยกคำร้อง ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาของจำเลยที่ 1หากจำเลยที่ 1 ประสงค์จะฎีกาให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาชำระใน 15 วันจำเลยที่ 1 เห็นว่า ในวันนัดไต่สวนคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถานั้นทนายจำเลยที่ 1 ได้ขอเลื่อนคดีโดยมีเหตุที่ไม่สามารถไปศาลได้ และการที่จำเลยที่ 1 ไม่สาบานตนว่าเป็นคนยากจน ในวันนัดไต่สวนคำร้องเนื่องจากถึงวันนัดมีการขอเลื่อนคดี

จำเลยที่ 1 จึงไม่ไปศาล การที่ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนคำร้องก่อนโดยวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ไม่เป็นคนยากจนย่อมไม่ชอบ เพราะจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้ว โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1 ต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 214)

ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 7,617,368.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 5,226,693 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดชอบกับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 109,164.38 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียวกับของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 186,292 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตรพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 146,147,462,2061 และ 2063 ตำบลไผ่ท่าโพอำเภอโพธิ์ประทับข้าง

จังหวัดพิจิตร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ หากไม่ครบให้ยึดทรัพย์สินอื่น ของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน ต่อไป แต่ทั้งนี้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าจำนวนข้างต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาโดยขอเลื่อนการสาบานตัวไปในวันนัดไต่สวนคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต พอถึงวันนัดทนายจำเลยขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 193,194,206)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 207)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้เลื่อนการสาบานตัวให้คำชี้แจงว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าฤชาธรรมเนียมศาลต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลออกไปใน วันนัดไต่สวนวันที่ 20 เมษายน 2535 แล้ว แต่ครั้นถึงวันนัด ดังกล่าวจำเลยที่ 1 กลับไม่มาสาบานตัว และทนายจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนออกไป พฤติการณ์ดังกล่าวแสดง ให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะประวิงคดี เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนและถือว่าจำเลยที่ 1 ไม่มาสาบานตัวดังกล่าว ให้ ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ในชั้นฎีกาของจำเลยที่ 1 นั้นย่อมชอบแล้ว จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 1 ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็ให้ จำเลยที่ 1 นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5591/2548

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล 1 ใน 2 ส่วน หากจำเลยที่ 3 ไม่เห็นพ้องด้วยก็ต้องอุทธรณ์คำสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2548

การพิจารณาว่าจะอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้หรือไม่เพียงใดนั้น ศาลต้องพิจารณาสาระสำคัญ 2 ประการคือ ประการแรก คดีของโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์กล่าวอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้