Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57067)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ 3 เห็นว่า ที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาว่าโจทก์ไม่บรรยายฟ้องให้ชัดเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดว่าฝ่ายไหนมีเท่าใด ใครบ้าง และไม่บรรยายฟ้อง ให้ชัดเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิด ว่าใครทำอย่างไร ด้วยอาวุธอะไร จนเกิดบาดแผลเพียงใด อีกทั้งฟ้องของโจทก์ไม่เข้าลักษณะการกระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ที่ขอให้ลงโทษ ฟ้องของโจทก์ จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมา ในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในศาลฎีกาได้ โปรดรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ลงชื่อรับสำเนาไว้ที่ตัวคำร้องแล้ว(อันดับ 20)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8) ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 17)จำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 20)คำสั่งปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ในคดีอาญาเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 จึงให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2915/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายไมยลาภ ปัญญาไว กับพวกจำเลยนายทศพร กล้าแข็ง ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายบุญเลิศ จันทร์หอม ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 224, ม. 225ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ 3 เห็นว่า ที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาว่าโจทก์ไม่บรรยายฟ้องให้ชัดเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดว่าฝ่ายไหนมีเท่าใด ใครบ้าง และไม่บรรยายฟ้อง ให้ชัดเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิด ว่าใครทำอย่างไร ด้วยอาวุธอะไร จนเกิดบาดแผลเพียงใด อีกทั้งฟ้องของโจทก์ไม่เข้าลักษณะการกระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ที่ขอให้ลงโทษ ฟ้องของโจทก์ จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมา ในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในศาลฎีกาได้ โปรดรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ลงชื่อรับสำเนาไว้ที่ตัวคำร้องแล้ว(อันดับ 20)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8) ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 17)จำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 20)คำสั่งปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ในคดีอาญาเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 จึงให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร · เธียรไท สุนทรนันท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61439)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยตามข้อ2.1(1)-(4) ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาข้อ 2.2แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้ยกขึ้นมาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้