Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61439)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยตามข้อ2.1(1)-(4) ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาข้อ 2.2แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้ยกขึ้นมาว่าในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก่อนเลย และไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรค 2 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เนื่องจากศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยประเด็นที่ว่า จำเลยไม่ได้ลงวันที่ที่ออกเช็คจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่ และฎีกาข้อ 2.2 เกี่ยวกับกำหนดโทษที่ลงแก่จำเลยว่าชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 หรือไม่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195วรรค 2 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำเลยกระทำความผิดรวม 5 กระทงเรียงกระทงลงโทษ ความผิดตามเช็คเลขที่ 267320 และเช็คเลขที่ 9991492 จำนวนเงินฉบับละ120,000 บาท จำคุกกระทงละ 1 ปี และความผิดตามเช็คเลขที่267318 เช็คเลขที่ 9991491 และเลขที่ 9991490 จำนวนเงินฉบับละ 100,000 บาท จำคุกกระทงละ10 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 93) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 95) คำสั่ง ฎีกาจำเลยข้อ 2.1 เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ซึ่งฟังว่าจำเลยได้นำเช็คซึ่งมีรายการสมบูรณ์รวมทั้งวันที่ออกเช็คซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายมาขายลดแก่โจทก์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาในข้อนี้จึงชอบแล้วส่วนฎีกาข้อ 2.2 อันเป็นปัญหาการลงโทษหลายกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่าง ก็เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจำเลยจึงยกขึ้นอ้างได้ในชั้นฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 225 ให้รับฎีกาจำเลยในปัญหาข้อนี้ไว้ดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 186/2531บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์กรุงทอง จำกัดโจทก์นางสาวสุพร คุณากรวิมลจำเลยนางสาวสุพร คุณากรวิมล จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 224, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยตามข้อ2.1(1)-(4) ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาข้อ 2.2แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้ยกขึ้นมาว่าในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก่อนเลย และไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรค 2 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เนื่องจากศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยประเด็นที่ว่า จำเลยไม่ได้ลงวันที่ที่ออกเช็คจำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่ และฎีกาข้อ 2.2 เกี่ยวกับกำหนดโทษที่ลงแก่จำเลยว่าชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 หรือไม่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

แม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195วรรค 2 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำเลยกระทำความผิดรวม 5 กระทงเรียงกระทงลงโทษ ความผิดตามเช็คเลขที่ 267320 และเช็คเลขที่ 9991492 จำนวนเงินฉบับละ120,000 บาท จำคุกกระทงละ 1 ปี และความผิดตามเช็คเลขที่267318 เช็คเลขที่ 9991491 และเลขที่ 9991490 จำนวนเงินฉบับละ 100,000 บาท จำคุกกระทงละ10 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 93) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 95) คำสั่ง ฎีกาจำเลยข้อ 2.1 เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ซึ่งฟังว่าจำเลยได้นำเช็คซึ่งมีรายการสมบูรณ์รวมทั้งวันที่ออกเช็คซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายมาขายลดแก่โจทก์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาในข้อนี้จึงชอบแล้วส่วนฎีกาข้อ 2.2 อันเป็นปัญหาการลงโทษหลายกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่าง ก็เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจำเลยจึงยกขึ้นอ้างได้ในชั้นฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 225 ให้รับฎีกาจำเลยในปัญหาข้อนี้ไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57067)

ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับฎีกาจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้