Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57090)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นฎีกา เฉพาะประเด็นฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นอื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับการโต้เถียงกันด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีปลดเปลื้องทุกข์ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และจำเลย ได้ต่อสู้ในประเด็นเรื่องครอบครองโดยปรปักษ์แต่ศาลล่างทั้งสองไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวให้แก่จำเลย จึงเป็นการ ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามกฎหมาย และปัญหานี้เป็นข้อกฎหมาย จำเลยมีสิทธิฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในประเด็นอื่น ๆ ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 201)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ถึงแก่กรรมนางเตือนใจ อินทร์จันทร์ เป็นบุตรและทายาทโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอเข้ารับมรดกความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ 958 ตำบลหัวสะพานอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ออกไปให้พ้นเขตที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 20 บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2529 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำ ออกไปจากที่ดินโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้องจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 189)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าคำร้องมา 200 บาท(อันดับ 196)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์จำเลยโต้เถียงกันว่าที่ดินพิพาทซึ่งมีราคาประมาณ 6,000 บาท เป็นของโจทก์หรือของจำเลยจึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534)ฎีกาของจำเลยนอกจากปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่แล้ว ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในข้ออื่น คงรับแต่ฎีกาในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จึงชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้าง ในคำร้องว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่าจำเลย ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณานั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ ได้ฟังข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์แล้วว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วในที่ดินพิพาทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2529 จึงเท่ากับวินิจฉัยแล้วว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทไม่ถึง 10 ปีการที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากกว่า 60 ปี จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามเช่นเดียวกันคำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2990/2535นางดี มงคลเอกฯโจทก์นางสมนึก แสงเงินจำเลยนางสมนึก แสงเงิน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นฎีกา เฉพาะประเด็นฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นอื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับการโต้เถียงกันด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีปลดเปลื้องทุกข์ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และจำเลย ได้ต่อสู้ในประเด็นเรื่องครอบครองโดยปรปักษ์แต่ศาลล่างทั้งสองไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวให้แก่จำเลย จึงเป็นการ ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามกฎหมาย และปัญหานี้เป็นข้อกฎหมาย จำเลยมีสิทธิฎีกา

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในประเด็นอื่น ๆ ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 201)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ถึงแก่กรรมนางเตือนใจ อินทร์จันทร์ เป็นบุตรและทายาทโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอเข้ารับมรดกความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ 958 ตำบลหัวสะพานอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ออกไปให้พ้นเขตที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 20 บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2529 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำ ออกไปจากที่ดินโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้องจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 189)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าคำร้องมา 200 บาท(อันดับ 196)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์จำเลยโต้เถียงกันว่าที่ดินพิพาทซึ่งมีราคาประมาณ 6,000 บาท เป็นของโจทก์หรือของจำเลยจึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534)ฎีกาของจำเลยนอกจากปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่แล้ว ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในข้ออื่น

คงรับแต่ฎีกาในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จึงชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้าง ในคำร้องว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่าจำเลย ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณานั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ ได้ฟังข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์แล้วว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วในที่ดินพิพาทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2529 จึงเท่ากับวินิจฉัยแล้วว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทไม่ถึง 10 ปีการที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากกว่า 60 ปี จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามเช่นเดียวกันคำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · สมาน เวทวินิจ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้