Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57090)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นฎีกา เฉพาะประเด็นฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นอื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับการโต้เถียงกันด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีปลดเปลื้องทุกข์ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และจำเลย ได้ต่อสู้ในประเด็นเรื่องครอบครองโดยปรปักษ์แต่ศาลล่างทั้งสองไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวให้แก่จำเลย จึงเป็นการ ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามกฎหมาย และปัญหานี้เป็นข้อกฎหมาย จำเลยมีสิทธิฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในประเด็นอื่น ๆ ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 201)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ถึงแก่กรรมนางเตือนใจ อินทร์จันทร์ เป็นบุตรและทายาทโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอเข้ารับมรดกความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ 958 ตำบลหัวสะพานอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ออกไปให้พ้นเขตที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 20 บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2529 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำ ออกไปจากที่ดินโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้องจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 189)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าคำร้องมา 200 บาท(อันดับ 196)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์จำเลยโต้เถียงกันว่าที่ดินพิพาทซึ่งมีราคาประมาณ 6,000 บาท เป็นของโจทก์หรือของจำเลยจึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534)ฎีกาของจำเลยนอกจากปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่แล้ว ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในข้ออื่น คงรับแต่ฎีกาในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จึงชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้าง ในคำร้องว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่าจำเลย ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณานั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ ได้ฟังข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์แล้วว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วในที่ดินพิพาทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2529 จึงเท่ากับวินิจฉัยแล้วว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทไม่ถึง 10 ปีการที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากกว่า 60 ปี จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามเช่นเดียวกันคำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2990/2535นางดี มงคลเอกฯโจทก์นางสมนึก แสงเงินจำเลยนางสมนึก แสงเงิน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นฎีกา เฉพาะประเด็นฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นอื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับการโต้เถียงกันด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีปลดเปลื้องทุกข์ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และจำเลย ได้ต่อสู้ในประเด็นเรื่องครอบครองโดยปรปักษ์แต่ศาลล่างทั้งสองไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวให้แก่จำเลย จึงเป็นการ ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามกฎหมาย และปัญหานี้เป็นข้อกฎหมาย จำเลยมีสิทธิฎีกา

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในประเด็นอื่น ๆ ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 201)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ถึงแก่กรรมนางเตือนใจ อินทร์จันทร์ เป็นบุตรและทายาทโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอเข้ารับมรดกความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ 958 ตำบลหัวสะพานอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ออกไปให้พ้นเขตที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 20 บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2529 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำ ออกไปจากที่ดินโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้องจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 189)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าคำร้องมา 200 บาท(อันดับ 196)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์จำเลยโต้เถียงกันว่าที่ดินพิพาทซึ่งมีราคาประมาณ 6,000 บาท เป็นของโจทก์หรือของจำเลยจึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534)ฎีกาของจำเลยนอกจากปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่แล้ว ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในข้ออื่น

คงรับแต่ฎีกาในปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จึงชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้าง ในคำร้องว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่าจำเลย ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณานั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ ได้ฟังข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์แล้วว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วในที่ดินพิพาทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2529 จึงเท่ากับวินิจฉัยแล้วว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทไม่ถึง 10 ปีการที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากกว่า 60 ปี จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามเช่นเดียวกันคำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ตัน เวทไว · สมาน เวทวินิจ · ชวลิต พรายภู่
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up