Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57168)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยในประเด็นว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1342 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขเพิ่มเติม ฯลฯ รับฎีกาจำเลยเฉพาะประเด็นฟ้องโจทก์ เคลือบคลุมหรือไม่จำเลยเห็นว่า คดีนี้ดำเนินคดีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เดิม กำหนดว่าทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์หนึ่งแสนบาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยในประเด็นที่ว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 หรือไม่ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 102 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยและบริวารรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างบ้านพักอาศัยออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลย และบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์และห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 20 พฤษภาคม 2532) เป็นต้นไปจนกว่า จำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านพักอาศัยออกไป จากที่ดินของโจทก์โดยสิ้นเชิงจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 96)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจะต้องห้ามหรือไม่ ต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกา มิใช่กฎหมายที่ใช้บังคับเมื่อเริ่มต้นดำเนินคดี ดังนั้น เมื่อขณะยื่นฎีกาคดีของจำเลยมีทุนทรัพย์ที่โต้แย้งชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท จำเลยจะฎีกาในประเด็นว่าได้กรรมสิทธิ์ ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3478/2535บริษัทตันติโกวิท จำกัดโจทก์นายคิน บุญยืนจำเลยนายคิน บุญยืน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยในประเด็นว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1342 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แก้ไขเพิ่มเติม ฯลฯ รับฎีกาจำเลยเฉพาะประเด็นฟ้องโจทก์ เคลือบคลุมหรือไม่จำเลยเห็นว่า คดีนี้ดำเนินคดีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เดิม กำหนดว่าทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์หนึ่งแสนบาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยในประเด็นที่ว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 หรือไม่ด้วยหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 102 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยและบริวารรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างบ้านพักอาศัยออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลย และบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์และห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 20 พฤษภาคม 2532) เป็นต้นไปจนกว่า จำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านพักอาศัยออกไป จากที่ดินของโจทก์โดยสิ้นเชิงจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 96)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจะต้องห้ามหรือไม่ ต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกา มิใช่กฎหมายที่ใช้บังคับเมื่อเริ่มต้นดำเนินคดี

ดังนั้น เมื่อขณะยื่นฎีกาคดีของจำเลยมีทุนทรัพย์ที่โต้แย้งชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท จำเลยจะฎีกาในประเด็นว่าได้กรรมสิทธิ์ ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · เธียรไทย สุนทรนันท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้