คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3565/2535นายทองเปลว แป้นเดชผู้ร้องนายปัญญา หรรษาผู้คัดค้านนายปัญญา หรรษา ผู้คัดค้านผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 264ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้คัดค้านฎีกา มีทางชนะคดี หากทุเลาการบังคับในขณะนี้จะไม่ทำให้ผู้ร้องเสียหายเพราะผู้ร้องยังคงครอบครอง ทำประโยชน์ในที่พิพาทอยู่ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ ผู้ร้องแถลงคัดค้าน (อันดับ 63)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 6860 ตำบลคลองคำหรุอำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เฉพาะเนื้อที่ 1 ไร่ ซึ่งมีนายปัญญา หรรษา เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทองเปลว แป้นเดช ผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58,59)ชั้นอุทธรณ์ ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คำร้องแปลได้ว่าผู้คัดค้านขอคุ้มครอง
ประโยชน์ฯ แต่การได้มาซึ่งที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 มีกฎกระทรวงฉบับที่ 7 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ข้อ 8(1) กำหนดให้ ผู้ได้มายื่นคำร้องขอจดทะเบียนพร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอันถึงที่สุด ผู้คัดค้านไม่จำต้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องคำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามคำร้องของ ผู้คัดค้านพอแปลได้ว่า ผู้คัดค้านขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 แต่การจดทะเบียน กรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งได้มาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1342 มีกฎกระทรวง (มหาดไทย) ฉบับที่ 7(พ.ศ. 2497)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ข้อ 8(1) กำหนดให้ผู้ได้มายื่นคำร้องขอจดทะเบียน พร้อมด้วย คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอันถึงที่สุด เมื่อคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงยัง ไม่มีผลบังคับ ผู้คัดค้านไม่จำต้องขอคุ้มครองประโยชน์ ในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ