คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3691 - 3692/2535นายบัณฑิตหรือบัณฑิต ทองไชยโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสาวสุวรรณา ทองไชย กับพวกโจทก์นายล้ม ละหาหรือระหาจำเลยนายบุญเที่ยง อารีเอื้อ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 264ความว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยชนะคดี สำหรับศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยได้ที่นาพิพาท คนละครึ่ง ซึ่งหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษา โจทก์และโจทก์ร่วม ยังคงทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเต็มทั้งแปลง ไม่ยอมให้จำเลย ได้เข้าทำประโยชน์แต่อย่างใดเลย หากคิดเป็นผลประโยชน์ที่จำเลย จะได้รับติดเป็นเงินปีละประมาณ 10,000 บาท เพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งให้โจทก์ออกไปจากที่ดิน ส่วนที่เป็นของจำเลย และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยนับแต่ ปี พ.ศ. 2532 เป็นต้นมา และขอให้โจทก์นำเงินมาวางศาลปีละ 10,000 บาท จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หากโจทก์ชนะคดีก็ให้รับเงิน คืนไปจากศาลหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 82)
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยเรียกนายบัณฑิตหรือบัณฑิต ทองไชย ว่าโจทก์เรียกนางล้ม ละหาหรือระหา ว่าจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนให้โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 630 เล่ม 7 ก.หน้า 30 เลขที่ดิน 74 ตำบลดู่ลาด อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธรครึ่งหนึ่งของเนื้อที่ทั้งหมด หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม ให้โจทก์ โจทก์ร่วม และบริวารออกจากที่ดินแปลงพิพาทตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 630ตำบลดู่ลาด อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ไม่ให้โจทก์และโจทก์ร่วมยุ่งเกี่ยวในที่พิพาทอีก ให้โจทก์และโจทก์ร่วมชดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยปีละ 500 บาท ตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และโจทก์ร่วมจะออกจากที่พิพาทโจทก์ฎีกา (อันดับ 75)
จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยทนายจำเลยลงชื่อในคำร้องโดยในใบแต่งทนายไม่ได้ระบุให้มีอำนาจฎีกาด้วย (อันดับ 75,54)คำสั่งเนื่องจากศาลฎีกาได้มีคำสั่งวางเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับระหว่างฎีกาตามคำร้องของ โจทก์ไว้แล้วว่า หากโจทก์หาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าเสียหายที่จะต้องชำระ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีกำหนด 3 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แก่โจทก์ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง ฉะนั้นจำเลย จึงไม่จำเป็นต้องขอคุ้มครองประโยชน์ในชั้นนี้อีก ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ