Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57199)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยชนะคดี สำหรับศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยได้ที่นาพิพาท คนละครึ่ง ซึ่งหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษา โจทก์และโจทก์ร่วม ยังคงทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเต็มทั้งแปลง ไม่ยอมให้จำเลย ได้เข้าทำประโยชน์แต่อย่างใดเลย หากคิดเป็นผลประโยชน์ที่จำเลย จะได้รับติดเป็นเงินปีละประมาณ 10,000 บาท เพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งให้โจทก์ออกไปจากที่ดิน ส่วนที่เป็นของจำเลย และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยนับแต่ ปี พ.ศ. 2532 เป็นต้นมา และขอให้โจทก์นำเงินมาวางศาลปีละ 10,000 บาท จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หากโจทก์ชนะคดีก็ให้รับเงิน คืนไปจากศาลหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 82)คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยเรียกนายบัณฑิตหรือบัณฑิต ทองไชย ว่าโจทก์เรียกนางล้ม ละหาหรือระหา ว่าจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนให้โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 630 เล่ม 7 ก.หน้า 30 เลขที่ดิน 74 ตำบลดู่ลาด อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธรครึ่งหนึ่งของเนื้อที่ทั้งหมด หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม ให้โจทก์ โจทก์ร่วม และบริวารออกจากที่ดินแปลงพิพาทตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 630ตำบลดู่ลาด อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ไม่ให้โจทก์และโจทก์ร่วมยุ่งเกี่ยวในที่พิพาทอีก ให้โจทก์และโจทก์ร่วมชดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยปีละ 500 บาท ตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และโจทก์ร่วมจะออกจากที่พิพาทโจทก์ฎีกา (อันดับ 75)จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยทนายจำเลยลงชื่อในคำร้องโดยในใบแต่งทนายไม่ได้ระบุให้มีอำนาจฎีกาด้วย (อันดับ 75,54)คำสั่งเนื่องจากศาลฎีกาได้มีคำสั่งวางเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับระหว่างฎีกาตามคำร้องของ โจทก์ไว้แล้วว่า หากโจทก์หาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าเสียหายที่จะต้องชำระ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีกำหนด 3 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แก่โจทก์ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง ฉะนั้นจำเลย จึงไม่จำเป็นต้องขอคุ้มครองประโยชน์ในชั้นนี้อีก ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3691 - 3692/2535นายบัณฑิตหรือบัณฑิต ทองไชยโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสาวสุวรรณา ทองไชย กับพวกโจทก์นายล้ม ละหาหรือระหาจำเลยนายบุญเที่ยง อารีเอื้อ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 264ความว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยชนะคดี สำหรับศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยได้ที่นาพิพาท คนละครึ่ง ซึ่งหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษา โจทก์และโจทก์ร่วม ยังคงทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเต็มทั้งแปลง ไม่ยอมให้จำเลย ได้เข้าทำประโยชน์แต่อย่างใดเลย หากคิดเป็นผลประโยชน์ที่จำเลย จะได้รับติดเป็นเงินปีละประมาณ 10,000 บาท เพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งให้โจทก์ออกไปจากที่ดิน ส่วนที่เป็นของจำเลย และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยนับแต่ ปี พ.ศ. 2532 เป็นต้นมา และขอให้โจทก์นำเงินมาวางศาลปีละ 10,000 บาท จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หากโจทก์ชนะคดีก็ให้รับเงิน คืนไปจากศาลหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 82)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยเรียกนายบัณฑิตหรือบัณฑิต ทองไชย ว่าโจทก์เรียกนางล้ม ละหาหรือระหา ว่าจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนให้โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 630 เล่ม 7 ก.หน้า 30 เลขที่ดิน 74 ตำบลดู่ลาด อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธรครึ่งหนึ่งของเนื้อที่ทั้งหมด หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม ให้โจทก์ โจทก์ร่วม และบริวารออกจากที่ดินแปลงพิพาทตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 630ตำบลดู่ลาด อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ไม่ให้โจทก์และโจทก์ร่วมยุ่งเกี่ยวในที่พิพาทอีก ให้โจทก์และโจทก์ร่วมชดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยปีละ 500 บาท ตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และโจทก์ร่วมจะออกจากที่พิพาทโจทก์ฎีกา (อันดับ 75)

จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยทนายจำเลยลงชื่อในคำร้องโดยในใบแต่งทนายไม่ได้ระบุให้มีอำนาจฎีกาด้วย (อันดับ 75,54)คำสั่งเนื่องจากศาลฎีกาได้มีคำสั่งวางเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับระหว่างฎีกาตามคำร้องของ โจทก์ไว้แล้วว่า หากโจทก์หาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าเสียหายที่จะต้องชำระ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีกำหนด 3 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แก่โจทก์ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง ฉะนั้นจำเลย จึงไม่จำเป็นต้องขอคุ้มครองประโยชน์ในชั้นนี้อีก ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4085/2546

โจทก์ใช้ถ้อยคำว่าขอทุเลาการบังคับมาในคำร้องที่โจทก์ยื่นพร้อมกับอุทธรณ์ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง แต่ก็มีใจความว่าหากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการติดตามเอาทรัพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6745/2539

ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองไว้ก่อนจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการขอให้พิจารณาใหม่นั้น แท้จริงแล้วเนื้อหาของคำร้องเป็นเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58636)

ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับในส่วนรื้อถอนรั้วสิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอม แล้วจำเลยยื่นคำร้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2467/2536

ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ขอใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา จำเลยจึงให้ผู้ร้องนำโฉนดที่ดินวางประกันต่อศาลต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 295,950 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56454)

ความว่า ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา มีทางชนะคดี หากให้มีการ ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทอาจทำให้ผู้ร้องทั้งห้าได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 137 แผ่นที่ 2)คดีสืบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้