Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57521)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ในเรื่องทุเลาการบังคับคดี เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะคู่ความจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามเห็นว่า การที่ศาลสั่งรับอุทธรณ์ในเรื่องตีราคาทรัพย์จำนองแล้วเมื่อถึงวันนัดพิจารณาหลักประกัน ศาลควรสั่งให้งดพิจารณาหลักประกันเพื่อรอผลคำสั่งของศาลสูงก่อน ปัญหา นี้ไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันรับผิดชำระหนี้จำนวน 10,747,117.47 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 17.5 ต่อปีในต้นเงิน 9,490,910.91 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในการชำระหนี้จำนวนดังกล่าวเป็นเงิน 5,709,785.61 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 17.5 ต่อปีในต้นเงิน 5,275,291.48 บาท นับแต่วันที่ 12 มีนาคม 2528 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันไถ่ถอนจำนองที่ดินตามโฉนดเลขที่ 242ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสิ่งปลูกสร้างไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 96,97ตำบลกระแซง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 331 ตำบลจานใหญ่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1917,1918ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และไถ่ถอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2433 ตำบลจานใหญ่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไปจากโจทก์หากจำเลยไม่ไถ่ถอนที่ดินที่จำนอง ไว้ให้นำที่ดินที่จำนองออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ และหากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดในส่วนของแต่ละคนที่ขาดอยู่จนครบจำเลยทั้งสามอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์สั่งว่า ให้ศาลชั้นต้นตีราคาทรัพย์สินที่จำนอง ถ้าไม่พอชำระต้นเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมีกำหนด5 ปี ก็ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันหาประกันมาให้ครบ ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแก่จำเลยทั้งสาม หรือถ้าจำเลยที่ 3 ผู้เดียวหาประกันมาให้ครบตามจำนวนที่ตนจะต้องรับผิดจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับเฉพาะจำเลยที่ 3 ไว้ในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้องวันนัดพร้อมเพื่อตีราคาทรัพย์จำนอง จำเลยทั้งสามยื่นคำแถลงว่า ทรัพย์จำนองทั้งหมดมีราคาพอชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์แถลงว่าทรัพย์จำนองรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างมีราคาเพียง5,820,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามนำหลักทรัพย์มาวางเพิ่มเพื่อให้พอตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายใน 15 วันและนัดพิจารณาหลักประกัน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว(อันดับ 15,18)วันนัดพิจารณาหลักประกัน จำเลยทั้งสามไม่มาศาลและไม่นำหลักประกันมาวาง ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ (อันดับ 20)จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 21)ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำหลักทรัพย์มาวางเพิ่ม แต่จำเลยมิได้นำมาวางศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นถือว่า จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์จึงชอบแล้วให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยเสีย (อันดับ 31 แผ่นที่ 3)จำเลยทั้งสามฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 35)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เมื่อปรากฏตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ชอบแล้ว จึงมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะต้องรอฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 863/2533ธนาคารกสิกรไทย จำกัดฯโจทก์นางสาวมัณฑนา วงศ์ธิติโรจน์ฯ กับพวกจำเลยนางสาวมัณฑนา วงศ์ธิติโรจน์ฯ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสุมาลี นิยมสันติ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนางสาวมัณฑนา วงศ์ธิติโรจน์ฯ ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 234ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ในเรื่องทุเลาการบังคับคดี เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะคู่ความจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามเห็นว่า การที่ศาลสั่งรับอุทธรณ์ในเรื่องตีราคาทรัพย์จำนองแล้วเมื่อถึงวันนัดพิจารณาหลักประกัน ศาลควรสั่งให้งดพิจารณาหลักประกันเพื่อรอผลคำสั่งของศาลสูงก่อน ปัญหา นี้ไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันรับผิดชำระหนี้จำนวน 10,747,117.47 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 17.5 ต่อปีในต้นเงิน 9,490,910.91 บาท

นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในการชำระหนี้จำนวนดังกล่าวเป็นเงิน 5,709,785.61 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 17.5 ต่อปีในต้นเงิน 5,275,291.48 บาท นับแต่วันที่ 12 มีนาคม 2528 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันไถ่ถอนจำนองที่ดินตามโฉนดเลขที่ 242ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสิ่งปลูกสร้างไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 96,97ตำบลกระแซง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 331 ตำบลจานใหญ่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง

ไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1917,1918ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และไถ่ถอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2433 ตำบลจานใหญ่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไปจากโจทก์หากจำเลยไม่ไถ่ถอนที่ดินที่จำนอง ไว้ให้นำที่ดินที่จำนองออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ และหากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดในส่วนของแต่ละคนที่ขาดอยู่จนครบจำเลยทั้งสามอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์สั่งว่า ให้ศาลชั้นต้นตีราคาทรัพย์สินที่จำนอง ถ้าไม่พอชำระต้นเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมีกำหนด5 ปี ก็ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันหาประกันมาให้ครบ

ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแก่จำเลยทั้งสาม หรือถ้าจำเลยที่ 3 ผู้เดียวหาประกันมาให้ครบตามจำนวนที่ตนจะต้องรับผิดจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับเฉพาะจำเลยที่ 3 ไว้ในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้องวันนัดพร้อมเพื่อตีราคาทรัพย์จำนอง จำเลยทั้งสามยื่นคำแถลงว่า ทรัพย์จำนองทั้งหมดมีราคาพอชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์แถลงว่าทรัพย์จำนองรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างมีราคาเพียง5,820,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามนำหลักทรัพย์มาวางเพิ่มเพื่อให้พอตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายใน 15 วันและนัดพิจารณาหลักประกัน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว(อันดับ 15,18)วันนัดพิจารณาหลักประกัน จำเลยทั้งสามไม่มาศาลและไม่นำหลักประกันมาวาง ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ (อันดับ 20)จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 21)ศาลอุทธรณ์สั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำหลักทรัพย์มาวางเพิ่ม แต่จำเลยมิได้นำมาวางศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นถือว่า จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์จึงชอบแล้วให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยเสีย (อันดับ 31 แผ่นที่ 3)

จำเลยทั้งสามฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 35)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เมื่อปรากฏตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ชอบแล้ว จึงมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะต้องรอฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1415/2549

การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์โดยเห็นว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เป็นคำสั่งปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ การอุทธรณ์คำสั่งในกรณีเช่นนี้แม้จะเป็นการอุทธรณ์ก่อนศาลมีคำพิพากษาก็ต้องอุทธรณ์ภายใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58548)

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับและคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีใน ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอให้รับรองฎีกาว่า จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58559)

ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหาย ค่าล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56206)

ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากบังคับคดีแล้ว จะทำให้เป็นที่เสียหายแก่จำเลย โปรดมีคำสั่งให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 164) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนบ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57215)

ความว่า คดีนี้จำเลยได้ยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นตีราคาหลักทรัพย์ที่จำนองถ้าไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยก็ให้จำเลยหาหลักประกันมาเพิ่มให้เพียงพอภายในเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้