Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57787)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 4 เห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ 4 ในข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายกำหนดวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 4 ทราบโดยวิธีประกาศหน้าศาลเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบ เนื่องจากจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น จึงไม่มีผลตามกฎหมาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย อีกทั้งฎีกาของจำเลยที่ 4 เป็นเรื่องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดจึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ร่วมกันใช้เงิน 4,044,557.30 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 3,931,460.49 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 27662 ตำบลอ้อมน้อย (อ้อมใหญ่)อำเภอกระทุ่มแบน (ตลาดใหม่)จังหวัดสมุทรสาคร(นครไชยศรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์โดยการชำระเงินดังกล่าว ให้จำเลยที่ 3และที่ 4 ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 19995 และ 15320 ตำบลอ้อมน้อยอำเภอกระทุ่มแบน (ตลาดใหม่)จังหวัดสมุทรสาคร(นครไชยศรี)พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์โดยการชำระเงินดังกล่าว ถ้าจำเลยทั้งสี่ไม่ใช้เงินหรือใช้ไม่ครบถ้วนให้นำทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 รับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดอยู่จนครบ แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินรวม 3 ครั้ง ครั้งที่ 3 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2530 มีผู้เข้าสู้ราคา 5 รายมีผู้ให้ราคาสูงสุดจำนวน 2,680,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นควรให้ขายได้ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดแก่ผู้ให้ราคาสูงสุดต่อมาจำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15320 และ 19995 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร รวม 2 แปลง แก่ผู้เข้าสู้ราคาสูงสุดในราคา2,680,000 บาท เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2530 นั้น จำเลยที่ 4 ไม่ทราบกำหนดวันนัดขายทอดตลาด ไม่อาจหาผู้ซื้อเข้าสู้ราคาได้และราคาที่ขายดังกล่าวต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันจริง ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและเพิกถอนคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดในวันดังกล่าวด้วย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยชอบ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 183)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 188)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดของศาลชั้นต้น เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงให้รับฎีกาจำเลยที่ 4 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1241/2533ธนาคารกสิกรไทย จำกัดโจทก์บริษัทอุตสาหกรรมโรงงานยางแสงไทย (1979) จำกัด กับพวกจำเลยนายวีระ เดชะโสภณ จำเลยที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 4 เห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ 4 ในข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายกำหนดวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 4 ทราบโดยวิธีประกาศหน้าศาลเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบ เนื่องจากจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น จึงไม่มีผลตามกฎหมาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

อีกทั้งฎีกาของจำเลยที่ 4 เป็นเรื่องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดจึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ร่วมกันใช้เงิน 4,044,557.30 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 3,931,460.49 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 27662 ตำบลอ้อมน้อย (อ้อมใหญ่)อำเภอกระทุ่มแบน (ตลาดใหม่)จังหวัดสมุทรสาคร(นครไชยศรี)

พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์โดยการชำระเงินดังกล่าว ให้จำเลยที่ 3และที่ 4 ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 19995 และ 15320 ตำบลอ้อมน้อยอำเภอกระทุ่มแบน (ตลาดใหม่)จังหวัดสมุทรสาคร(นครไชยศรี)พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์โดยการชำระเงินดังกล่าว ถ้าจำเลยทั้งสี่ไม่ใช้เงินหรือใช้ไม่ครบถ้วนให้นำทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 รับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดอยู่จนครบ แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินรวม 3 ครั้ง ครั้งที่ 3 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2530 มีผู้เข้าสู้ราคา 5 รายมีผู้ให้ราคาสูงสุดจำนวน 2,680,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นควรให้ขายได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดแก่ผู้ให้ราคาสูงสุดต่อมาจำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15320 และ 19995 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร รวม 2 แปลง แก่ผู้เข้าสู้ราคาสูงสุดในราคา2,680,000 บาท เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2530 นั้น จำเลยที่ 4 ไม่ทราบกำหนดวันนัดขายทอดตลาด ไม่อาจหาผู้ซื้อเข้าสู้ราคาได้และราคาที่ขายดังกล่าวต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันจริง ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและเพิกถอนคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดในวันดังกล่าวด้วย

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยชอบ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 183)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 188)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดของศาลชั้นต้น เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงให้รับฎีกาจำเลยที่ 4 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้