Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57787)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 4 เห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ 4 ในข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายกำหนดวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 4 ทราบโดยวิธีประกาศหน้าศาลเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบ เนื่องจากจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น จึงไม่มีผลตามกฎหมาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย อีกทั้งฎีกาของจำเลยที่ 4 เป็นเรื่องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดจึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ร่วมกันใช้เงิน 4,044,557.30 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 3,931,460.49 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 27662 ตำบลอ้อมน้อย (อ้อมใหญ่)อำเภอกระทุ่มแบน (ตลาดใหม่)จังหวัดสมุทรสาคร(นครไชยศรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์โดยการชำระเงินดังกล่าว ให้จำเลยที่ 3และที่ 4 ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 19995 และ 15320 ตำบลอ้อมน้อยอำเภอกระทุ่มแบน (ตลาดใหม่)จังหวัดสมุทรสาคร(นครไชยศรี)พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์โดยการชำระเงินดังกล่าว ถ้าจำเลยทั้งสี่ไม่ใช้เงินหรือใช้ไม่ครบถ้วนให้นำทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 รับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดอยู่จนครบ แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินรวม 3 ครั้ง ครั้งที่ 3 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2530 มีผู้เข้าสู้ราคา 5 รายมีผู้ให้ราคาสูงสุดจำนวน 2,680,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นควรให้ขายได้ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดแก่ผู้ให้ราคาสูงสุดต่อมาจำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15320 และ 19995 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร รวม 2 แปลง แก่ผู้เข้าสู้ราคาสูงสุดในราคา2,680,000 บาท เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2530 นั้น จำเลยที่ 4 ไม่ทราบกำหนดวันนัดขายทอดตลาด ไม่อาจหาผู้ซื้อเข้าสู้ราคาได้และราคาที่ขายดังกล่าวต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันจริง ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและเพิกถอนคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดในวันดังกล่าวด้วย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยชอบ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 183)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 188)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดของศาลชั้นต้น เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงให้รับฎีกาจำเลยที่ 4 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1241/2533ธนาคารกสิกรไทย จำกัดโจทก์บริษัทอุตสาหกรรมโรงงานยางแสงไทย (1979) จำกัด กับพวกจำเลยนายวีระ เดชะโสภณ จำเลยที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 4 เห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ 4 ในข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายกำหนดวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 4 ทราบโดยวิธีประกาศหน้าศาลเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบ เนื่องจากจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น จึงไม่มีผลตามกฎหมาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

อีกทั้งฎีกาของจำเลยที่ 4 เป็นเรื่องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดจึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ร่วมกันใช้เงิน 4,044,557.30 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 3,931,460.49 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 27662 ตำบลอ้อมน้อย (อ้อมใหญ่)อำเภอกระทุ่มแบน (ตลาดใหม่)จังหวัดสมุทรสาคร(นครไชยศรี)

พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์โดยการชำระเงินดังกล่าว ให้จำเลยที่ 3และที่ 4 ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 19995 และ 15320 ตำบลอ้อมน้อยอำเภอกระทุ่มแบน (ตลาดใหม่)จังหวัดสมุทรสาคร(นครไชยศรี)พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์โดยการชำระเงินดังกล่าว ถ้าจำเลยทั้งสี่ไม่ใช้เงินหรือใช้ไม่ครบถ้วนให้นำทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 รับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดอยู่จนครบ แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินรวม 3 ครั้ง ครั้งที่ 3 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2530 มีผู้เข้าสู้ราคา 5 รายมีผู้ให้ราคาสูงสุดจำนวน 2,680,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นควรให้ขายได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดแก่ผู้ให้ราคาสูงสุดต่อมาจำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15320 และ 19995 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร รวม 2 แปลง แก่ผู้เข้าสู้ราคาสูงสุดในราคา2,680,000 บาท เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2530 นั้น จำเลยที่ 4 ไม่ทราบกำหนดวันนัดขายทอดตลาด ไม่อาจหาผู้ซื้อเข้าสู้ราคาได้และราคาที่ขายดังกล่าวต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันจริง ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและเพิกถอนคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดในวันดังกล่าวด้วย

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยชอบ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 183)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 188)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดของศาลชั้นต้น เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงให้รับฎีกาจำเลยที่ 4 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up