คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าเหมืองแร่ตามประทานบัตรรวม 3 เหมืองของกองมรดกซึ่งจำเลยที่ 1-2 เป็นผู้จัดการ ภายหลังจำเลยที่ 1-2 ได้ทำสัญญายอมให้จำเลยที่ 3 ถ่ายมูลดินลงในหลุมเหมือง และทำสายน้ำผ่านหลุมเหมืองที่โจทก์เช่าอยู่โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลทำลายสัญญาระหว่างจำเลยและขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ด้วยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 12,000 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยเช่นนี้ เห็นได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์จึงต้องรับใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ แต่ค่าเสียหายนี้โจทก์ฟ้องเรียก 20,000 บาทและสืบพยานคำนวนค่าเสียหายในการจะต้องขุดมูลดินทรายขึ้นว่าราว 100,000 บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 12,000 บาท โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกา แม้ทรงพิจารณาจะได้ความว่าโจทก์อาจต้องเสียหายมากกว่านี้ ก็ไม่มีทางแก้ไขศาลฎีกาคงพิพากษายืน