Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2557 (เลขอ้างอิง 580204)

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาทที่จำเลยอาศัย ฟ้องขับไล่จำเลยเนื่องจากโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่อาศัยในทรัพย์พิพาทอีกต่อไป แต่จำเลยเพิกเฉย อันเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยอยู่ในทรัพย์พิพาทโดยละเมิด แม้จำเลยให้การว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลยซึ่งได้รับการให้มาจากมารดา และผู้รับมอบอำนาจโจทก์เคยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย แต่เมื่อโจทก์เป็นบุคคลภายนอกมีข้อพิพาทกับจำเลยซึ่งมิได้มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวโดยตรงต่อกัน จึงเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 2 ลักษณะ 5 ว่าด้วยเรื่องละเมิด คดีนี้จึงไม่เป็นคดีครอบครัวตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10 (3)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นาง ญ. เป็นผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยแทนโจทก์ เดิมผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยเคยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย มีบุตรผู้เยาว์ด้วยกัน 3 คน ระหว่างสมรสพักอาศัยด้วยกันอยู่ที่หมู่ที่ 4 บ้านกำไสจาน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่บนที่ดินมือเปล่าของนาย ก. พี่ชายจำเลย ต่อมาปี 2551 นาย ก. ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์รื้อบ้านหลังเล็กออกแล้วสร้างบ้านหลังใหม่โดยอนุญาตให้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ จำเลย และบุตรทั้งสามอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวชั่วคราว นอกจากนี้โจทก์ยังให้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ค้าขายในร้านค้าที่โจทก์สร้างขึ้นด้วย

เมื่อปี 2554 ผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยมีปัญหาด้านครอบครัว จำเลยขนของและเครื่องใช้ส่วนตัวที่อยู่ในบ้านของโจทก์กลับไปอาศัยอยู่ที่บ้านของบิดา หลังจากนั้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 ผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยจดทะเบียนหย่ากันตามคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ แต่ในระหว่างที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันนั้น จำเลยขนของและเครื่องใช้ส่วนตัวกลับไปอยู่ที่บ้านของโจทก์อีกครั้งและกระทำการข่มขู่ผู้รับมอบอำนาจโจทก์และบุตรทั้งสามคน ต่อมาโจทก์และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ขอให้จำเลยขนของออกไป เนื่องจากโจทก์ต้องการที่จะขายที่ดินพร้อมบ้านให้แก่บุคคลอื่น แต่จำเลยเพิกเฉย การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้จำเลยขนข้าวของและเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์และห้ามยุ่งเกี่ยวกับที่ดินและบ้านของโจทก์อีกต่อไป

จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เป็นความเท็จ ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยนาง ส. มารดาของจำเลยยกให้แก่จำเลยเมื่อปี 2538 ต่อมา ปี 2540 จำเลยอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้รับมอบอำนาจโจทก์โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และอาศัยอยู่ในที่ดินแปลงพิพาทโดยโจทก์ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่อมาปี 2549 จำเลยรื้อบ้านหลังเดิมและปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ โดยโจทก์ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่เคยช่วยออกเงินสร้างบ้านดังกล่าว ทั้งจำเลยและครอบครัวไม่เคยขออาศัยอยู่บ้านของโจทก์ตามคำฟ้อง สัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์กับนาย ก. เป็นเอกสารปลอม โจทก์และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ใช้สิทธิทางศาลไม่สุจริต เนื่องจากผู้รับมอบอำนาจโจทก์ต้องการบ้านและที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวของจำเลย จึงวางแผนว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของโจทก์ซึ่งซื้อจากนาย

ก. และเป็นผู้สร้างบ้าน ทั้งสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อใช้ในการฟ้องคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์และตรวจสอบเอกสารประเมินราคาที่ดินพิพาท ศาลจังหวัดสุรินทร์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท จึงโอนสำนวนไปยังศาลแขวงสุรินทร์ ศาลแขวงสุรินทร์เห็นว่า กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งสำนวนให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาท ฟ้องขับไล่จำเลยเนื่องจากโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่อาศัยในทรัพย์พิพาทอีกต่อไป แต่จำเลยเพิกเฉย

อันเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยอยู่ในทรัพย์พิพาทโดยละเมิด แม้จำเลยให้การว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลยซึ่งได้รับการให้จากมารดา และผู้รับมอบอำนาจโจทก์เคยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย แต่เมื่อโจทก์เป็นบุคคลภายนอกมีข้อพิพาทกับจำเลยซึ่งมิได้มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวโดยตรงต่อกัน จึงเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 2 ลักษณะ 5 ว่าด้วยเรื่องละเมิด คดีนี้จึงไม่เป็นคดีครอบครัวตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10 (3) วินิจฉัยว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัว วินิจฉัย ณ วันที่ 31 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2557 ดิเรก อิงคนินันท์ (นายดิเรก อิงคนินันท์) ประธานศาลฎีกา อโนชา ชีวิตโสภณ - ย่อ/ตรวจ()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2562

แม้ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง จะบัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 24 ศาลเยาวชนและครอบครัวต้องมีผู้พิพากษาไม่น้อยกว่าสองคน และผู้พิพากษาสมทบอีก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2559

โจทก์ซึ่งเป็นบิดาของจำเลยฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาแล้วให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแทนโจทก์ ต่อมาโจทก์ให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาท และนำที่ดินที่แบ่งแยกขายให้แก่นางสาว ก. แต่จำเลยได้รับเงิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 601409)

ตามคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้จำเลยที่ 4 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 เปลี่ยนแปลงข้อมูลทางทะเบียนของโจทก์และเรียกค่าเสียหายจากการที่จำเลยที่ 4 กระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่เมื่อมูลเหตุที่โจทก์อ้างเป็นป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 603220)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าหุ้นพิพาทเป็นของโจทก์และ ป. ผู้ตายซึ่งใส่ชื่อจำเลยทั้งสองไว้แทน และขอให้เพิกถอนการโอนหุ้นกลับมาเป็นของโจทก์และผู้ตายเพื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกจะนำไปแบ่งปันให้แก่ทายาทของผู้ต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 596145)

การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันให้นำเงินที่ได้จากการประกอบกิจการของจำเลยที่ 1 จ่ายเป็นค่าเลี้ยงดูแก่โจทก์เมื่อโจทก์มีอายุมากและไม่มีรายได้ ตามคำสั่งของบิดาซึ่งเป็นผู…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้