Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2557 (ref. 580204)

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาทที่จำเลยอาศัย ฟ้องขับไล่จำเลยเนื่องจากโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่อาศัยในทรัพย์พิพาทอีกต่อไป แต่จำเลยเพิกเฉย อันเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยอยู่ในทรัพย์พิพาทโดยละเมิด แม้จำเลยให้การว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลยซึ่งได้รับการให้มาจากมารดา และผู้รับมอบอำนาจโจทก์เคยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย แต่เมื่อโจทก์เป็นบุคคลภายนอกมีข้อพิพาทกับจำเลยซึ่งมิได้มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวโดยตรงต่อกัน จึงเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 2 ลักษณะ 5 ว่าด้วยเรื่องละเมิด คดีนี้จึงไม่เป็นคดีครอบครัวตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10 (3)

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 Section 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นาง ญ. เป็นผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยแทนโจทก์ เดิมผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยเคยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย มีบุตรผู้เยาว์ด้วยกัน 3 คน ระหว่างสมรสพักอาศัยด้วยกันอยู่ที่หมู่ที่ 4 บ้านกำไสจาน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่บนที่ดินมือเปล่าของนาย ก. พี่ชายจำเลย ต่อมาปี 2551 นาย ก. ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์รื้อบ้านหลังเล็กออกแล้วสร้างบ้านหลังใหม่โดยอนุญาตให้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ จำเลย และบุตรทั้งสามอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวชั่วคราว นอกจากนี้โจทก์ยังให้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ค้าขายในร้านค้าที่โจทก์สร้างขึ้นด้วย

เมื่อปี 2554 ผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยมีปัญหาด้านครอบครัว จำเลยขนของและเครื่องใช้ส่วนตัวที่อยู่ในบ้านของโจทก์กลับไปอาศัยอยู่ที่บ้านของบิดา หลังจากนั้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 ผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยจดทะเบียนหย่ากันตามคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ แต่ในระหว่างที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันนั้น จำเลยขนของและเครื่องใช้ส่วนตัวกลับไปอยู่ที่บ้านของโจทก์อีกครั้งและกระทำการข่มขู่ผู้รับมอบอำนาจโจทก์และบุตรทั้งสามคน ต่อมาโจทก์และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ขอให้จำเลยขนของออกไป เนื่องจากโจทก์ต้องการที่จะขายที่ดินพร้อมบ้านให้แก่บุคคลอื่น แต่จำเลยเพิกเฉย การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้จำเลยขนข้าวของและเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์และห้ามยุ่งเกี่ยวกับที่ดินและบ้านของโจทก์อีกต่อไป

จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เป็นความเท็จ ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยนาง ส. มารดาของจำเลยยกให้แก่จำเลยเมื่อปี 2538 ต่อมา ปี 2540 จำเลยอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้รับมอบอำนาจโจทก์โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และอาศัยอยู่ในที่ดินแปลงพิพาทโดยโจทก์ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่อมาปี 2549 จำเลยรื้อบ้านหลังเดิมและปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ โดยโจทก์ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่เคยช่วยออกเงินสร้างบ้านดังกล่าว ทั้งจำเลยและครอบครัวไม่เคยขออาศัยอยู่บ้านของโจทก์ตามคำฟ้อง สัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์กับนาย ก. เป็นเอกสารปลอม โจทก์และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ใช้สิทธิทางศาลไม่สุจริต เนื่องจากผู้รับมอบอำนาจโจทก์ต้องการบ้านและที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวของจำเลย จึงวางแผนว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของโจทก์ซึ่งซื้อจากนาย

ก. และเป็นผู้สร้างบ้าน ทั้งสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อใช้ในการฟ้องคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์และตรวจสอบเอกสารประเมินราคาที่ดินพิพาท ศาลจังหวัดสุรินทร์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท จึงโอนสำนวนไปยังศาลแขวงสุรินทร์ ศาลแขวงสุรินทร์เห็นว่า กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งสำนวนให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาท ฟ้องขับไล่จำเลยเนื่องจากโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่อาศัยในทรัพย์พิพาทอีกต่อไป แต่จำเลยเพิกเฉย

อันเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยอยู่ในทรัพย์พิพาทโดยละเมิด แม้จำเลยให้การว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลยซึ่งได้รับการให้จากมารดา และผู้รับมอบอำนาจโจทก์เคยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย แต่เมื่อโจทก์เป็นบุคคลภายนอกมีข้อพิพาทกับจำเลยซึ่งมิได้มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวโดยตรงต่อกัน จึงเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 2 ลักษณะ 5 ว่าด้วยเรื่องละเมิด คดีนี้จึงไม่เป็นคดีครอบครัวตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 10 (3) วินิจฉัยว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัว วินิจฉัย ณ วันที่ 31 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2557 ดิเรก อิงคนินันท์ (นายดิเรก อิงคนินันท์) ประธานศาลฎีกา อโนชา ชีวิตโสภณ - ย่อ/ตรวจ()

Matter details

Source
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1291/2562

แม้ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง จะบัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 24 ศาลเยาวชนและครอบครัวต้องมีผู้พิพากษาไม่น้อยกว่าสองคน และผู้พิพากษาสมทบอีก…

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 593362)

ผู้ร้องเป็นย่าของเด็กหญิง ต. และเด็กชาย ถ. ผู้เยาว์ เป็นผู้ดูแลและอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ กรณีต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครองซึ่งเป…

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 601441)

ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 15 แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตาย แต่มิได้เป็นประเด็นโดยต…

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 603047)

การที่ผู้ร้องในฐานะผู้อนุบาลร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องมีอำนาจทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินแทนคนไร้ความสามารถ เป็นกรณีต้องด้วยบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 1 ส่วนที่ 2 ความสามารถ มาตรา 28 วรรคสอง ที่…

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 601411)

แม้คู่ความจะพิพาทกันในเรื่องเงินที่ได้จากการขายที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ แต่จำเลยก็มิได้โต้แย้งว่าเงินที่ได้จากการขายที่ดินตามฟ้องเป็นสินสมรส เมื่อมูลความแห่งคดีไม่ได้เป็นการพิพาทในเรื่องทรัพย์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up