คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกการครอบครองที่ดินคืนจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาก่อนนัดพิจารณา
จำเลยยื่นคำร้องว่าไม่รับหมายเพราะมิได้มีภูมิลำเนาตามฟ้อง การส่งหมายตามฟ้องไม่ชอบศาลชั้นต้นไต่สวนจำเลยปากเดียวแล้วสั่งว่า ส่งหมายชอบแล้วพิจารณาต่อไป พิพากษาให้จำเลยแพ้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ไต่สวนและสั่งใหม่แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งว่าจำเลยมีภูมิลำเนาตามฟ้องยกคำร้องและพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีและให้ส่งมอบที่ดินแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยปฏิบัติงานอยู่ที่เขตก่อสร้างสุระนารายณ์ อำเภอไชยบาดาล จังหวัดลพบุรี ก็จริง แต่ถูกย้ายมาทำงานที่เขตก่อสร้างแก่งคอยเมื่อปี พ.ศ. 2503 แม้จะไม่ใช่ย้ายชั่วคราว แต่เจตนาของจำเลยยังคงยึดบ้านพักของจำเลยที่สถานีแก่งเสือเต้น (ตำบลคำพราน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี) เป็นแหล่งภูมิลำเนา ไม่ได้ย้ายทะเบียน และครอบครัว ยังคงกินอยู่หลับนอนที่เดิมเมื่อเจ้าพนักงานศาลนำหมายและสำเนาฟ้องไปส่งให้ที่นี่ก็พบจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมรับ ฉะนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่จำเลยฎีกาว่าการส่งหมายและสำเนาฟ้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้นจึงฟังไม่ขึ้นศาลฎีกาเห็นต่อไปว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 วรรค 2 นั้น ให้สิทธิผู้ขาดนัดอ้างตนเองเป็นพยานได้เท่านั้น จะขยายไปถึงการอ้างพยานเอกสารด้วยไม่ได้อนึ่ง
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยโต้แย้งว่าสิทธิครอบครองของโจทก์ในที่พิพาทไม่ชอบ เพราะเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ดังที่จำเลยกล่าว แต่คดีนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นราษฎรด้วยกัน เมื่อฟังได้ว่าโจทก์ครอบครองที่นี้อยู่ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิดีกว่าจำเลย