Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5838/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกจำเลยตั้งกรรมการสอบสวน และจำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์ตามข้อบังคับตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2530 เพื่อรอฟังผลการสอบสวน ต่อมาวันที่20 มกราคม 2531 จำเลยออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยให้มีผลตั้งแต่วันแรกที่พักงานความเป็นลูกจ้างและนายจ้างระหว่างโจทก์จำเลยจึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างในช่วงนับแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2530 ถึงวันที่ 20 มกราคม 2531

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 575 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 29

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จส่วนที่ขาด ค่าจ้างในระหว่างพักงาน และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เป็นเงินรวม 241,160 บาทพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จ่ายเงินบำเหน็จให้ครบถ้วนแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในระหว่างพักงานและไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจึงไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม2530 อันเป็นวันที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์ จนถึงวันที่ 20 มกราคม 2531อันเป็นวันที่จำเลยออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้างจากจำเลยหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยวินัยพนักงานพุทธศักราช 2521 ตามเอกสารหมาย ล.1 ข้อ 29ให้อำนาจจำเลยสั่งพักงานพนักงานผู้มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนไว้ก่อนได้ ฉะนั้นเมื่อโจทก์ถูกจำเลยสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยและถูกสั่งให้พักงานแล้ว และต่อมาจำเลยได้มีคำสั่งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ที่ ลอ.17/2531 ตามเอกสารหมาย ล.5 ให้โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2530 อันเป็นวันแรกที่จำเลยได้มีคำสั่งให้พักงานเป็นต้นไป กรณีจึงถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2530 ความเป็นลูกจ้างและนายจ้างระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นอันสิ้นสุดตั้งแต่วันนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างตามฟ้องจากจำเลยได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดา โมกขมรรคกุล · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2540

เงินหรือเงินและสิ่งของใดที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาปกติของวันทำงาน รวมทั้งวันหยุด วันลา หรือจ่ายให้ตามผลงาน ไม่ว่าค่าตอบแทนนั้นจะเรียกชื่อหรือกำหนดคำนวณอย่างไรก็ล้วนเป็นค่าจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4644/2540

จำเลยจ้างโจทก์ร้องเพลงประจำร้านอาหาร ในการทำงานโจทก์ต้องมาร้องเพลงวันละประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างเวลาประมาณ 22 ถึง23 นาฬิกา และจะต้องตอกบัตรลงเวลาทำงาน หากวันใดโจทก์ไม่มาร้องเพลงตามกำหนดเวลาต้องหาบุคคลอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8183/2540

สำเนาสัญญาจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เอกสารท้ายฟ้องซึ่งโจทก์รับรองสำเนาถูกต้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง เมื่อจำเลยมิได้ให้การปฎิเสธ ว่าเป็นเอกสารไม่ถูกต้องกับเอกสารต้นฉบับอย่างไร จึงถือ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้