Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58597)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาคำสั่งของศาลที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่กรณีเป็นชั้นขอให้พิจารณาใหม่คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 44,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 เมษายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (23 กันยายน 2534) จะต้องไม่เกิน29,536.11 บาท ตามขอจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้ส่งคำบังคับให้จำเลยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2535จำเลยมิได้ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ และตามคำร้องไม่มีเหตุแห่งการที่ล่าช้าหรือพฤติการณ์นอกเหนือที่จำเลยไม่อาจยื่นคำขอได้ภายในเวลาที่กำหนด จึงไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 50)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำแถลงประกอบว่า จำเลยยื่นฎีกาโดยได้เสียค่าขึ้นศาลครบถ้วนแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาโดยเสียค่าธรรมเนียมอุทธรณ์คำสั่งแล้ว ส่วนหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา ได้มีการบังคับคดีโดยโจทก์ได้นำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์แล้วจึงเป็นหลักประกันเพียงพอจะชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าภูมิลำเนาตามฟ้องเป็นภูมิลำเนาของจำเลย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยจึงเป็นการส่งโดยชอบ และในการ พิจารณาสืบพยานโจทก์ เสมียนทนายจำเลยผู้รับมอบฉันทะจาก ทนายจำเลยได้เซ็นทราบวันนัดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จึงถือ ว่าจำเลยทราบนัดโดยชอบกับได้ความว่าเจ้าพนักงานศาลได้นำ คำบังคับไปส่งให้บุตรชายจำเลยซึ่งมีอายุเกินยี่สิบปีและ อยู่บ้านเรือนเดียวกับจำเลยเป็นผู้รับแทน จึงถือว่าเป็นการส่งคำบังคับโดยถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ที่จำเลย ฎีกาว่า การส่งคำบังคับให้จำเลยมีบุคคลอื่นซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุตรของจำเลยรับไว้แทน จำเลยจึงไม่ทราบว่าจำเลย ถูกฟ้องและแพ้คดี ต้องชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ ต่อเมื่อโจทก์ นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการบังคับคดี จำเลยจึงทราบและมายื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนดแล้ว เป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งการยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 551/2537นางโยก ฉัตรทองโจทก์นายเสียบหรือเสียม ครองชื่นจำเลยนายคงฤทธิ์ จันทา ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาคำสั่งของศาลที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่กรณีเป็นชั้นขอให้พิจารณาใหม่คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 44,500 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 เมษายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (23 กันยายน 2534) จะต้องไม่เกิน29,536.11 บาท ตามขอจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้ส่งคำบังคับให้จำเลยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2535จำเลยมิได้ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ และตามคำร้องไม่มีเหตุแห่งการที่ล่าช้าหรือพฤติการณ์นอกเหนือที่จำเลยไม่อาจยื่นคำขอได้ภายในเวลาที่กำหนด จึงไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 50)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำแถลงประกอบว่า

จำเลยยื่นฎีกาโดยได้เสียค่าขึ้นศาลครบถ้วนแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาโดยเสียค่าธรรมเนียมอุทธรณ์คำสั่งแล้ว ส่วนหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา ได้มีการบังคับคดีโดยโจทก์ได้นำ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์แล้วจึงเป็นหลักประกันเพียงพอจะชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าภูมิลำเนาตามฟ้องเป็นภูมิลำเนาของจำเลย การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยจึงเป็นการส่งโดยชอบ และในการ พิจารณาสืบพยานโจทก์ เสมียนทนายจำเลยผู้รับมอบฉันทะจาก ทนายจำเลยได้เซ็นทราบวันนัดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จึงถือ ว่าจำเลยทราบนัดโดยชอบกับได้ความว่าเจ้าพนักงานศาลได้นำ

คำบังคับไปส่งให้บุตรชายจำเลยซึ่งมีอายุเกินยี่สิบปีและ อยู่บ้านเรือนเดียวกับจำเลยเป็นผู้รับแทน จึงถือว่าเป็นการส่งคำบังคับโดยถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ที่จำเลย ฎีกาว่า การส่งคำบังคับให้จำเลยมีบุคคลอื่นซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุตรของจำเลยรับไว้แทน จำเลยจึงไม่ทราบว่าจำเลย ถูกฟ้องและแพ้คดี ต้องชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ ต่อเมื่อโจทก์ นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการบังคับคดี จำเลยจึงทราบและมายื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนดแล้ว เป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งการยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไข

เพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้